ปว.(วต.) ได้หารือร่วมกับ นาย Amir Naiberg Associate Vice Chancellor of UCLA และ ประธานUCLA Technology Development Group ในวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ณ นครลอสแองเจลลิส

การนำพาเทคโนโลยีออกสู่ตลาดก่อน ค.ศ. 1982 มหาวิทยาลัยไม่มีสำนักงานที่ดูแลด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมเกิดภายใต้หน่วยงานภาครัฐในขณะที่มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นแหล่งวิจัยขนาดใหญ่ทั่วประเทศสามารถจดสิทธิบัตรนำไปสู่การพาณิชย์ได้เพียงร้อยละ 5

การปฏิรูปให้มหาวิทยาลัยสามารถมีสิทธิบัตร โดย Bayh-Dole Act (1980) ได้ให้สิทธิและหน้าที่แก่มหาวิทยาลัยในการพัฒนานวัตกรรมและจดสิทธิบัตรเป็นของสถาบันหรือนักวิจัยเอง ทำให้ 40 ปีที่ผ่านมาการพัฒนากลไกดังกล่าวเป็นการกระตุ้นให้เกิดการนวัตกรสร้างสรรค์และผลิตนวัตกรรมมากมาย

หน้าที่หลักของสถาบันแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1) Engage & Educate Industry 2) Support Faculty และ 3) Evaluate & Facilitate Large Collaborations ซึ่งหมายถึงการเข้าไปช่วยกำกับดูแล ชี้แนะภาคอุตสาหกรรมและนำคณาจารย์นักวิจัยที่มีศักยภาพเข้าไปร่วมมือในภาพกว้าง โดยมหาวิทยาลัยจะมุ่งลงทุนในด้าน Basic Research เป็นอย่างแรก และค่อยๆ มีส่วนสนับสนุนประคับประคองไปจนสู่ภาคตลาด UCLA เป็นเจ้าของ สิทธิบัตร 1075 ฉบับที่ยังมีอายุ มูลค่ารวม 36.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปัจจุบัน ยังสนับสนุนผลักดันให้เกิดการกระตุ้นการจดสิทธิบัตรอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในปีนี้ มีผลผลิตนวัตกรรม 372 รายการ มีการสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม 256 รายการ สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยสาขาที่เด่นมีด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เภสัชศาสตร์ อุปกรณ์การแพทย์ การขนส่งขั้นสูง มีนักวิจัยได้รับรางวัลโนเบล 10 ท่าน National Academy of Science 11 ท่าน McArthur Fellows 29 ท่าน