ในประวัติศาสตร์ มนุษย์เราได้ผ่านวิกฤตโรคระบาดมาแล้ว หลายครั้ง แต่คงไม่มีครั้งไหนที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ สังคม และโลกได้ครอบคลุมมิติได้กว้างขวางได้เท่ากับ COVID-19 เพราะไวรัสตัวนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยสูญเสียใน ระดับบุคคลแล้ว การระบาดของ coronavirus ยังส่งผลกระทบ ไปทั่วทุกมิติ และเกือบทุกประเทศ เนื่องจากนับแต่เราได้เข้าสู่ ยุคโลกาภิวัตน์ แม้เส้นเขตแดนรัฐยังจะแบ่งโลกออกเป็นประเทศ ตามที่แสดงในแผนที่ แต่การติดต่อค้าขาย การไปมาหาสู่ รวมทั้ง การสื่อสารบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้คนบนโลก ถูกผูกไว้อย่าง ใกล้ชิด และผลกระทบของการสัมผัสทางตรง ที่มาจากการสัมผัส และติดเชื้อ และผลกระทบทางใจ ที่มาจากการสื่อสารในโลก ออนไลน์ ที่ทำให้การรับรู้ข่าวสาร การตั้งสติ และการตื่นตระหนก เกิดเป็นกระแสไปทั่วโลก และมีพลวัตที่รวดเร็ว รวมทั้งยังไม่มี ใครคาดเดาได้ว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้ จะยุติและผ่านพ้นไปเมื่อใด

COVID-19 ความท้าทายต่อการปฏิสัมพันธ์ของ มนุษย์ในยุค Globalization และสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)

อาการป่วยจาก COVID-19 อาจจะไม่รุนแรงสำหรับ คนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 81) แต่กลับเป็นโรคที่น่ากลัว สำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคหอบ ฯลฯ และสิ่งที่จะช่วยลดหรือ ป้องกันการระบาดของไวรัสเพื่อมิให้ระบาดไปถึงกลุ่ม เสี่ยง คือ การหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ด้วยความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของ มนุษย์ ทำให้สังคมมนุษย์มีการพัฒนาก้าวหน้าอย่าง รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการพบปะหารือเพื่อแลกเปลี่ยน ความคิดและเจรจาต่อรอง การรวมตัวเพื่อถ่ายทอด ความรู้เช่นในห้องเรียน และการเดินทางข้ามรัฐข้ามแดนด้วยเทคโนโลยีคมนาคมต่างๆ โดยเฉพาะในยุค globalization ที่มนุษย์ทั่วโลกเชื่อมต่อกันไม่ทางใดก็ ทางหนึ่ง แต่ตอนนี้กิจกรรมทางสังคม เหล่านี้ ได้กลายเป็นการสนับสนุน การระบาด รัฐบาลและ ผู้เชี่ยวชาญ ทั่วโลกขอความร่วมมือจากประชาชน ให้งดการเดินทางทั้งในและต่าง ประเทศ งดการออกจากบ้าน งดการ รวมกลุ่ม ข้อปฏิบัติต่างๆ เหล่านี้ทำให้ การดำเนินชีวิตและการ เข้าสังคมของ มนุษย์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

อาชีพที่จำเป็นในช่วงวิกฤต

เมื่อพูดถึงอาชีพที่มีความสำคัญ อย่างมากในช่วงวิกฤตการระบาดของ coronavirus แพทย์ พยาบาล และผู้ ให้บริการทางการแพทย์ในส่วนต่างๆ คงเป็นคนกลุ่มแรกที่ทุกคนนึกถึง เพราะเป็นสายอาชีพที่เป็นด่านหน้า ในการรับมือกับไวรัสและผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม ในขณะที่คนส่วนใหญ่ สามารถเก็บตัวในบ้านหรือทำงานจากที่บ้านเพื่อป้องกันตัวเองจากการ ระบาด ยังมีคนในอีกหลายสายอาชีพ ที่ยังต้องออกทำงานและเผชิญกับ ความเสี่ยง เช่น พนักงานในห้างสรรพ- สินค้าแผนกอาหาร และซุปเปอร์- มาร์เก็ตยังทำงานหนักในการจัดเตรียมสินค้าเพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อหาสินค้าที่ต้องการได้ พนักงานทำความสะอาด และเก็บขยะที่ต้องเผชิญกับสถาน- การณ์ที่มีความเสี่ยงเพื่อรักษาความ สะอาดของบ้านเมือง คนขับรถแท็กซี่ และบริษัทขนส่งต่างๆ ที่ยังช่วยให้บริการ คนในพื้นที่ต่างๆ ยังสามารถเดินทางหรือส่งของหรือสินค้าให้กันได้ รวมถึง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่างๆ ที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อมั่นใจว่า ประชาชนอยู่ในกฎระเบียบ และ เจ้าหน้าที่ภาครัฐบางภาคส่วน เช่น สถานเอกอัครราชทูตในต่างประเทศที่มีหน้าที่ให้ข้อมูลให้ความช่วยเหลือกับประชาชน

ในขณะเดียวกัน มีหลายอาชีพ ที่เป็นที่ยอมรับกันว่าสามารถทำเงินได้มากกว่าอาชีพอื่นๆ หรือมีความมั่นคง เป็นที่ใฝ่ฝันของหลายคน แต่กลับเป็น สายอาชีพแรกๆ ที่ถูกกระทบโดยวิกฤต COVID-19 ก่อนใคร เช่น นักบิน สายการบินพาณิชย์ซึ่งจะมีนักบิน จำนวนมากต้องตกงานเนื่องจากสาย การบินต่างๆ กำลังประสบปัญหา ไม่ สามารถให้บริการได้ตามปกติ นักร้อง นักแสดงเนื่องจากงานแสดงงานโชว์ ต่างๆ ต้องถูกยกเลิก วิกฤตครั้งนี้ทำให้ เห็นว่าอาชีพที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสี่และความอยู่รอดของมนุษย์เป็นอาชีพที่จะยังอยู่ต่อไปได้โดยเฉพาะในสถาน- การณ์ไม่ปกติ

เมื่อความตระหนักกลายเป็นความตระหนก

จริงอยู่ที่ประชาชนจะต้องปรับตัว และเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่างเพื่อ ป้องกันตัวเองและช่วยลดการระบาด แต่การตระหนักบางครั้งก็มีมากเกินไปจนกลายเป็นความตระหนกและก่อให้ เกิดความวุ่นวายขึ้นในสังคม ปรากฏ การแรกที่เราได้เห็นกันคือการเหยียด เชื้อชาติในสถานการณ์ COVID-19 การเกลียดกลัวชาวต่างชาติหรือ คนจีน (Xenophobia) เกิดจากความไม่รู้ ความกลัว และการตัดสินคนที่ stereotype ซึ่งชาวตะวันตกมองว่า COVID-19 เป็นโรคที่เกิดจากคนจีน จึงเกิดความกลัวและความเกลียดชัง คนเอเชียจึงเกิดเหตุการณ์ทำร้ายชาว เอเชียขึ้นตามที่เห็นในข่าว แต่ใน ปัจจุบัน เหตุการณ์ก็เริ่มกลับตาลปัตร กลายเป็นคนเอเชียก็เริ่มกลัวฝรั่งบ้าง เพราะการแพร่ระบาดในยุโรปและ สหรัฐอเมริกา ดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การกักตุนสินค้า เป็นที่เข้าใจได้ว่า ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ มนุษย์เรา ต้องการเตรียมความพร้อมเพื่อความ อยู่รอด อย่างไรก็ตาม โดยหลักการ แล้ว การกักตุนสินค้าจำนวนมากๆ ไม่มีความจำเป็นในสถานการณ์นี้ ถึงแม้ว่าหลายคนจะมองว่าเป็นสิทธิ ส่วนบุคคลในการกักตุนสินค้า แต่ การทำเช่นนี้ก่อให้เกิดปัญหาที่ตามมา เช่น คนที่มีรายได้น้อยหรือผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นได้ ความวุ่นวายการแก่งแย่งสินค้า ปัญหา การโก่งราคาและผู้ค้าที่ฉวยโอกาส ไปจนถึงปัญหาหน้ากากขาดแคลนซึ่ง กระทบไปถึงแพทย์และผู้ให้บริการทางการแพทย์ซึ่งมีความจำเป็น ซึ่งหาก ประชาชนมีความเข้าใจและปฏิบัติตน ในแบบที่เหมาะสมจะทำให้เราสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและความเหลื่อมล้ำทางสังคม

การเจ็บป่วย เสียชีวิต การหยุดงาน หรือตกงาน ส่งผลไปสู่การสูญเสีย รายได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบไปสู่ ค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน โดยการ สูญเสียงานหรือเสียรายได้นี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นกับคนที่มีฐานะยากจนที่เป็น แรงงานนอกระบบ (Informal Worker) มากกว่าคนที่มีรายได้แน่นอน จากงานประจำ และมีโอกาสที่จะเกิด ขึ้นในประเทศด้อยพัฒนา/กำลังพัฒนามากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้น ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ จะส่งผลต่อเนื่องไปสู่ระดับความยากจนและความเหลื่อมล้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้นได้

ผลกระทบในระยะสั้นเหล่านี้อาจ ส่งผลไปสู่ผลกระทบระยะยาวได้ เช่น การที่ประเทศจะสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันและการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจในระยะยาว (Long-Term Economic Growth) เนื่องจากจะ ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการ ป้องกันและรักษาเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ จนขาดแคลนทรัพยากรในการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น นอกจาก นี้ยังเกิดการสูญเสียทางด้านทุนมนุษย์ (Human Capital) ของประเทศ ที่จะ ต้องเจ็บไข้ได้ป่วยเรื้อรัง (เช่นโรค ที่เกี่ยวข้องกับปอด) หรือการที่เด็ก นักเรียนนักศึกษาจะต้องหยุดเรียน โดยเฉพาะในประเทศที่มีฐานะยากจนที่ระบบการพัฒนาทุนมนุษย์อย่าง ระบบสาธารณสุขและระบบการศึกษายังไม่ครอบคลุมทั่วถึงนัก

โอกาสท่ามกลางวิกฤต

เมื่อคนไม่สามารถเดินทางออก จากบ้านได้ ธุรกิจจำนวนมากจึงได้ รับผลกระทบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจค้าขาย ธุรกิจ ท่องเที่ยว ฯลฯ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ ผ่านมา บริษัทและห้างร้านจำนวนมาก ต้องทยอยปิดตัว อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤต ธุรกิจบางอย่างกลับ พบช่องทางและโอกาสที่จะอยู่รอด

บริการส่งอาหารถึงบ้าน

เมื่อไม่สามารถออกไปทานอาหาร ที่ร้านอาหารได้ บริการส่งอาหารที่บ้าน เช่น Uber Eats และ DoorDash จึง เป็นทางเลือกที่เหลือ โดยลูกค้า สามารถสั่งซื้ออาหารได้ผ่าน mobile app หรือสื่อ online ไม่จำเป็นต้อง ออกจากบ้านหรือปฏิสัมพันธ์กับใคร นักวิเคราะห์เศรษฐกิจ เชื่อว่าเราจะ ได้เห็นยอดขายของบริษัทผู้ให้บริการ เหล่านี้สูงขึ้นในช่วงนี้

หุ่นยนต์ให้บริการ
ในเมื่อมนุษย์ถูกจำกัดความสามารถ ในการเดินทางการปฏิสัมพันธ์ทาง สังคม นี่จึงเป็นโอกาสให้หุ่นยนต์ได้ แสดงบทบาท บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ ในสหรัฐฯ ได้มีการพัฒนาหุ่นยนต์ ผู้ช่วยขึ้น โดยหุ่นยนต์จะทำหน้าที่ให้ ความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ในการ ดูแลผู้ป่วย การจัดส่งยา หรือการตอบ คำถามพูดคุยกับผู้ป่วย

ตัวอย่างหนึ่งคือ บริษัท Promobot ซึ่งตั้งอยู่ที่รัฐ Philadelphia ได้เริ่มใช้ หุ่นยนต์ในย่าน Times Square เพื่อตอบสอบถามประชาชนเกี่ยวกับ การพบเห็นผู้ที่มีอาการป่วยที่อาจเกิด จาก coronavirus รวมถึงการแจกจ่าย หน้ากากและให้ข้อมูลแก่ประชาชน ตามท้องถนน

สินค้าสุขภาพ

เมื่อคนมีความตระหนัก ถึงความ สำคัญของสุขอนามัยที่ดี สินค้าและ บริการด้านสุขภาพกลาย เป็นสิ่งจำเป็น ในชีวิต เช่น หน้ากาก อนามัย เจลแอลกอฮอล์ ถุงมือ ฯลฯ

ธุรกิจสร้างสรรค์อื่นๆ ที่ถูกสร้าง สรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค เช่น โรงภาพยนตร์แบบ Drive-in หรือโรงแรมที่ปรับปรุงเพื่อ ใช้เป็นสถานที่ให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการกักตัวดูอาการ COVID-19

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *