สหรัฐฯ ได้ออกกฎหมาย Families First Coronavirus Response Act โดยครอบคลุมการ ให้บริการตรวจหาเชื้อ COVID – 19 ให้กับประชาชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าพบแพทย์ และการ เก็บตัวอย่างเพื่อนำไปทดสอบต่อ โดยผู้ที่คิดว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสนี้ หรือแสดงอาการ ไอ มีไข้ หายใจลำบาก ให้โทรขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือหน่วยสาธารณสุขก่อน หากแพทย์พิจารณาแล้ว เห็นสมควรที่จะเข้ารับการตรวจ จึงจะสามารถรับการตรวจฟรีได้ที่สถานพยาบาลของรัฐ โดยจะเป็น การตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ซึ่งจะทราบผลการตรวจได้ภายใน 4 – 6 ชั่วโมง นอกจากนี้ หน่วยงาน ป้องกันโรคติดต่อสหรัฐฯ (CDC) ได้ทำโปรแกรมเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID – 19 และเพื่อช่วยในการตัดสินใจในการเข้ารับการตรวจรักษา โดยสามารถเข้าทำแบบประเมินความเสี่ยงได้ที่ https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/symptoms-testing/testing.html

ปัจจุบันการตรวจหาเชื้อ COVID – 19 ของสหรัฐอเมริกามี 2 วิธี คือ

  1. การตรวจหาเชื้อในทางเดินหายใจ (Real-time Polym- erase Chain Reaction: RT-PCR) โดยการป้ายเนื้อเยื่อ โพรงจมูก หรือเยื่อบุในคอ เพื่อตรวจหากรดนิวคลีอิก (nucleic acid) ซึ่งเป็นสารประกอบในเซลล์สิ่งมีชีวิต วิธีการนี้จะตรวจหาเชื้อไวรัสที่อาศัยอยู่ในเซลล์บริเวณ ทางเดินหายใจ จะต้องทำในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง การตรวจ ด้วยวิธีการนี้ ผู้ที่รับการตรวจควรจะต้องเริ่มมีอาการของ การติดเชื้อ เนื่องจาก นับจากวันแรกที่มีการติดเชื้อไปจนถึง วันที่แสดงอาการ เป็นระยะฟักตัวของเชื้อ หากตรวจในช่วง นี้จะแปลผลค่อนข้างยากและโอกาสเจอเชื้อค่อนข้างน้อยหรืออาจตรวจไม่พบเชื้อ เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีสากล ที่เริ่มมีการคิดค้นเพื่อตรวจหาไวรัส HIV และได้มีการพัฒนาต่อมาจนสามารถใช้กับการตรวจไวรัส โดยเฉพาะที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยการจำแนก องค์ประกอบรหัสพันธุกรรมของไวรัสมาขยาย เพื่อให้ สามารถอ่านค่าได้ว่ามีไวรัสดังกล่างปะปนในเซลส์ของ ตัวอย่างหรือไม่
  2. การตรวจหาเชื้อโดยการเจาะเลือด (Rapid test) การเจาะเลือดไม่ใช่วิธีที่ตรวจหาเชื้อโดยตรง แต่เป็นการ ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นหลังการติดเชื้อ การตรวจด้วยวิธีนี้ ควรตรวจหลังจากที่เริ่มแสดงอาการ ติดเชื้อเช่นเดียวกัน เนื่องจากในระยะฟักตัวของเชื้อ ร่างกาย จะยังไม่สร้างภูมิคุ้มกันเชื้อนี้ขึ้นมา ผลการตรวจที่ได้ อาจจะ แสดงผลว่าไม่มีการติดเชื้อใดๆ การตรวจหาเชื้อจากการ ตรวจภูมิต้านทาน หรือ Antibody นี้ เป็นการตรวจที่มี พัฒนาการขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนิยมตรวจกับผู้ป่วยที่เกิด จากการติดไวรัสตับอักเสบ ซึ่งพบว่า มนุษย์สามารถมี ภูมิต้านทานที่แตกต่างกัน และให้ค่าผลการตรวจที่แตกต่าง กันทั้ง ภูมิต้านทานประเภทที่มีอยู่กับตัวตามธรรมชาติ (Innate immunity) ซึ่งทำให้คนกลุ่มนี้ ไม่ต้องได้รับวัคซีน ก็ไม่มีโอกาสป่วยจากการติดเชื้อ ภูมิต้านทานประเภทที่เกิดจากการฉีดวัคซีน (Passive immunity) ซึ่งเมื่อมีภูมิต้านทานตัวนี้ก็จะไม่ติดเชื้ออีก และภูมิต้านทานประเภทที่เกิดจากการ ติดเชื้อ (Active immunity) ซึ่งภูมิต้านทานตัวนี้ จะเกิดกับ คนที่ป่วยแล้ว หรือเป็นพาหะ ในกรณีของ HIV และโรคตับ อักเสบบี (Hepatitis B) เนื่องจากร่างกายแค่สร้างภูมิ- ต้านทานขึ้นมาสู้ แต่เชื้อโรคยังไม่ถูกกำจัดออกไป สำหรับ กรณี เชื้อ COVID – 19 ภูมิต้านทานจะมีประเภทที่ 3 เพียงอย่างเดียว เนื่องจากเป็นโรคที่อุบัติใหม่ ไม่มีมนุษย์ คนไหนมีภูมิต้านทานธรรมชาติ และก็ยังไม่มีวัคซีนตัวไหน ได้รับการพัฒนาสำเร็จและนำมาใช้

ศูนย์ตรวจหา Coronavirus เคลื่อนที่ในสหรัฐอเมริกา

สหรัฐฯ เริ่มเปิดศูนย์การตรวจหาเชื้อ COVID – 19 เคลื่อนที่แบบ drive-thru ซึ่งจะกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยขณะนี้ได้จัดตั้งแล้ว 47 ศูนย์ใน 12 รัฐ

ตัวอย่างศูนย์ตรวจหาเชื้อ COVID–19 ในรัฐ Virginia ดำเนินการโดยโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ของ โรงเรียน Washington-Liberty High School ศูนย์แห่งนี้ เปิดขึ้นเพื่อตรวจหาเชื้อ COVID – 19 ในกลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ ในเขตเมือง Arlington รัฐ Virginia ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี เจ้าหน้าที่ภาครัฐ โรงเรียน และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ที่มีอาการเข้าข่ายผู้ป่วยโรค COVID-19 เช่น มีไข้ หนาวสั่น ไอ และมีอาการหายใจไม่ออก โดยก่อนการเข้าใช้บริการ ผู้ใช้บริการจะต้องพบแพทย์เพื่อรับใบสั่งแพทย์ในการตรวจหาเชื้อ COVID – 19 จากนั้น ผู้ใช้บริการจะต้องติดต่อ Virginia Hospital Center เพื่อนัดเวลาในการเข้าตรวจหา เชื้อ COVID – 19 ที่ศูนย์ตรวจแบบ Drive-thru

ขั้นตอน ณ ศูนย์ตรวจหาเชื้อ Coronavirus

  1. เมื่อผู้ใช้บริการไปถึงศูนย์ตรวจเคลื่อนที่ ผู้ใช้บริการต้อง ขับรถไปตามช่องทางที่จัดไว้ เมื่อถึงจุดตรวจเอกสาร ให้ลดกระจก เตรียมใบนัด ใบสั่งแพทย์ บัตรประจำตัว และบัตรประกันสุขภาพให้พร้อม เพื่อแสดงแต่เจ้าหน้าที่
  2. หลังจากที่เจ้าหน้าที่ยืนยันการตรวจ ผู้ใช้บริการจะต้อง ขับรถเข้าไปในเต็นท์สีขาว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพเอกสาร ต่างๆ
  3. จากนั้น ผู้ใช้บริการก็จะต้องเลื่อนรถไปยังเต็นท์ถัดไป โดยเจ้าหน้าที่จะขอให้ผู้ใช้บริการลดกระจกลง เงยหน้าขึ้น และเก็บตัวอย่างด้วยการกวาดด้านในคอของผู้ใช้บริการ จากนั้นผู้ใช้บริการก็สามารถขับรถออกจากศูนย์ตรวจได้
  4. ตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่เก็บจากผู้ใช้บริการจะถูกส่งไปยัง ห้องทดลอง ซึ่งตัวอย่างที่เก็บมานั้น จะผ่านกระบวนการ ทำให้กลายเป็นของเหลว ซึ่งของเหลวนี้ก็จะถูกนำเข้าสู่ กระบวนการทางพันธุกรรม โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะ เปรียบเทียบข้อมูล RNA ของผู้ใช้บริการกับ RNA ของเชื้อ COVID – 19 เพื่อตรวจสอบว่าตรงกันหรือไม่

ระยะเวลาในการตรวจ และรับทราบผล

ผู้ใช้บริการจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ณ จุดตรวจ จากนั้นจะได้รับผลจากห้องทดลองใน 5 – 7 วันทำการ โดย ระหว่างนี้ ขอให้ผู้ใช้บริการอยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการพบปะ ผู้คนขณะนี้ ได้มีหน่วยงานจัดทำศูนย์ข้อมูลที่ตั้งของศูนย์ ตรวจเชื้อ COVID – 19 เคลื่อนที่ โดยผู้ที่สนใจสามารถ เข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ https://findcovidtesting.com/

ช่องทางการติดต่อกับหน่วยงานสาธารณสุขประจำรัฐ

เบอร์โทรศัพท์ของหน่วยสาธารณสุขของแต่ละรัฐเพื่อขอคำปรึกษาให้บริการ 24 ชม. ทุกวัน หรือสามารถติดต่อหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อสหรัฐฯ (CDC) ได้ที่ www.cdc.gov/cdc-info หรือ 1-800-CDC-INFO (1-800-232-4636)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *