เมื่อมีการกล่าวถึงเทคโนโลยีอวกาศของสหรัฐฯ คนส่วนใหญ่จะ นึกถึงฐานปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศที่แหลมคานาโวรอล Canavoral ของ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (National Aeronautics and Space Administration) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ องค์การนาซ่า (NASA) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายในประเทศสหรัฐฯ ยังมีพื้นที่ประกอบ อุตสาหกรรมด้านอากาศและอวกาศ (Aerospace industry) อีกหลายแห่ง โดยเฉพาะในยุคที่ภาคเอกชนเริ่มขยายตัวและประกอบกิจการธุรกิจอวกาศ จำนวนมาก รัฐท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่กลางประเทศอย่างโคโลราโดได้กลายเป็น แหล่งสำคัญของบริษัทเอกชนด้านอวกาศจำนวนมาก ซึ่งได้เข้ามาจัดตั้ง และทำธุรกิจในพื้นที่นี้

ทำไมจึงเป็นรัฐโคโลราโด?

รัฐโคโลราโดเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากจุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง ฐานทัพอากาศปีเตอร์สัน (Air Force Base) ซึ่งถูกใช้งานมาตั้งแต่ปี 2485 ในช่วงสงครามโลก ในขณะนัั้น สหรัฐฯ ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งสงครามในภาคพื้นแอตแลนติกและแปซิฟิก โดยอุตสาหกรรมการบินและ อวกาศของโคโลราโดถูกกำหนดให้เติบโตเพราะทำเลที่ตั้ง เนื่องจากเป็นบริเวณใกล้เคียงกับศูนย์กลางของ สหรัฐฯ ที่จะออกไปยังสองฟากฝั่งมหาสมุทร ในขณะที่ก็ห่างไกลชายฝั่ง ทำให้มีความเสี่ยงน้อยจาก การโจมตีของศัตรู เนื่องจากต้องบุกเข้าไปถึงตอนในของประเทศ อีกทั้ง ฐานทัพอากาศปีเตอร์สันเป็นฐานทัพ อากาศสหรัฐฯ ที่ใช้สนามบินร่วมกับสนามบินแห่งชาติโคโลราโดสปริงส์ซึ่งอยู่ติดกัน และยังเป็นที่ตั้งของ หน่วยบัญชาการป้องกันการบินอวกาศอเมริกาเหนือ (NORAD) สำนักงานบัญชาการกองบัญชาการกองทัพ อากาศและสำนักงานใหญ่แห่งสหรัฐฯ (USNORTHCOM) โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในฐานทัพ อากาศปีเตอร์สันได้มีการพัฒนาขีดความสามารถทางด้านการถ่ายภาพระยะไกล หรือ remote sensing และศักยภาพในการถ่ายภาพนี้ ได้ถ่ายโอนไปยัง Application อวกาศขององค์การนาซ่าและหน่วยงานรัฐที่ ทำงานด้านเทคโนโลยีอวกาศอีกจำนวนมาก เพื่อการหาข่าวสาร การเฝ้าระวัง และการสื่อสารผ่าน ดาวเทียม โดยสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือความสามารถของกองทัพสหรัฐฯ ในการพัฒนาฐานทัพแห่งนี้ ให้มีความสามารถในการสะท้อนสัญญาณวิทยุคลื่นสั้นทั้งในเอเชียและยุโรปจากฐานทัพในโคโลราโด

เมื่อสภาพการเมืองระหว่างประเทศเข้าสู่ยุคของสงครามเย็น รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ใช้โคโลราโดเป็น แหล่งพัฒนาขีดความสามารถด้านอวกาศ ไม่เพียงแต่ทางการทหารเท่านั้น แต่ได้ขยายบทบาทนี้ไปยัง ภาคเอกชน โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ ในปี 2498 บริษัท Glenn L. Martin (ปัจจุบันคือ Lockheed Martin Space Systems) ได้รับอนุญาตให้ก่อตั้งโรงงานที่ Waterton Canyon (ตะวันตกเฉียงใต้นครเดนเวอร์) เพื่อสร้างขีปนาวุธข้ามทวีปไททัน (Titans) ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว กลายเป็น ศูนย์กลางยุทธศาสตร์ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่ยากต่อการเข้าถึงและทำลาย เนื่องจากอยู่ในบริเวณที่สภาพ ภูมิประเทศที่เป็นที่ราบกว้างใหญ่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเกือบ 5,300 ฟุต (การขึ้นลงของเครื่องบิน ทำได้ง่าย) และมีเทือกเขาร็อกกี้ทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังที่สลับซับซ้อน ที่สามารถเป็นแหล่งซุกซ่อนไซโล – ขีปนาวุธ และยุทโธปกรณ์ต่างๆ ได้ดี

นอกจากนั้นด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีอวกาศ โคโลราโดจึงได้พัฒนาสู่เศรษฐกิจการบินและอวกาศที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยเป็นรอง จากรัฐที่มีฐานอวกาศอยู่เดิมอย่างฟลอริดาและนิวเม็กซิโก ก็ค่อยๆ แซงขึ้นมาเป็นอันดับสองของประเทศ รองจากรัฐแคลิฟอร์เนียที่เป็นรัฐที่มีขนาดของเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่ามาก ปัจจุบันโคโลราโดมีบริษัทด้าน อวกาศมากกว่า 400 บริษัทที่เป็นผู้นำและสนับสนุนภารกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอวกาศและดาราศาสตร์ โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ 8 บริษัทที่แบ่งสัดส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจไว้จำนวนมาก ได้แก่ Ball Aerospace, Boeing, Harris Corporation, Lockheed Martin, Northrop Grumman, Raytheon, Sierra Nevada Corporation และ United Launch Alliance นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ล่าสุดที่สะท้อนความสำเร็จของ การเป็นฐานพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน และอวกาศของโคโลราโดก็คือ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท United Launch Alliance ซึ่งมีที่ตั้งในโคโลราโดได้ทำสถิติมูลค่าสัญญาการลงทุนใหม่แซงหน้าบริษัท อันเลื่องชื่ออย่าง Space X ซึ่งมีฐานหลักในแคลิฟอร์เนีย (ซึ่งเป็นรัฐของพรรคเดโมแครตแบบแข็งกร้าว)

ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ได้ส่งสัญญานผ่านนโยบายหลายครั้งว่า กิจการด้านอวกาศ นอกจาก จะเป็นการตอบโจทย์ต่างๆ ในด้านวิทยาศาสตร์และการพัฒนาประเทศในด้านเทคโนโลยีแล้ว เทคโนโลยีี ด้านอวกาศยังเป็นมิติหนึ่งของการแข่งขันทางอำนาจในทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับจีนซึ่ง เป็นคู่แข่งใหม่ที่น่าพรึงกลัว และรัสเซียที่ยังคงเป็นคู่แข่งตามประเพณีที่มีมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยแนวคิดใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2560 – 2562 ของการบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ คือ การพัฒนา Spaceport ซึ่งหมายถึงการพัฒนาท่าขนส่งอวกาศแบบสนามบิน (เป็นการขนส่งระหว่างพื้นที่ในโลกผ่านชั้น อวกาศ ซึ่งใช้ระยะเวลาที่รวดเร็วกว่าการใช้อากาศยานที่ยังบินในระดับชั้นบรรยากาศ) โดยอดีตผู้ว่าการรัฐ โคโลราโด นาย John Hickenlooper (ดำรงตำแหน่งในช่วง ม.ค. 2554 – ม.ค. 2562) ซึ่งแม้ว่าจะเป็นคน ของพรรคเดโมแครท แต่ได้เป็นผู้มีส่วนร่วมนำพาเจตนารมณ์ของรัฐโคโลราโด เพื่อให้เป็นศูนย์กลางด้าน อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และให้มีความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ในการบริหารประเทศ ความพยายามดังกล่าวมี ส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ โคโลราโดในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และ สนับสนุนโอกาสใหม่ในการเติบโตของการวิจัย รวมถึงการขนส่งอวกาศในระยะยาว โคโลราโดยัง คงเป็นศูนย์กลางการจัดงาน Aerospace Week และเป็นที่ประชุม Space Symposium ซึ่งเป็น การประชุมใหญ่ของสหรัฐฯ ที่จัดขึ้นเป็นประจำ ทุกปี ที่มีมาแล้วถึง 35 ครั้ง

สำหรับสถิติของรัฐโคโลราโดที่สำคัญคือ มีภาพรวมการจ้างงานเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน และอวกาศจำนวนกว่า 25,000 คน โดยแรงงานหรือเทคโนแครตด้านดังกล่าวยังไหลเข้าสู่โคโลราโดร้อยละ 7 มีการการเติบโตของการจ้างงานระหว่างปี 2555 – 2560 ร้อยละ 7.3 ค่าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่ 129,730 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี มีมูลค่ารวมสูงถึง 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นครเดนเวอร์ถือเป็นเมืองใหญ่ที่มี ความเข้มข้นในการจ้างงานสูงเป็นลำดับ 1 (ใน 50 เมือง) เนื่องจากแรงงานและกำลังการผลิตหลักที่มีการใช้ วิทยาการขั้นสูงที่ต้องมีการจ่ายค่าจ้างในระดับสูงเช่นกัน จากการสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2559 มี ประชากรสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีร้อยละ 40 เป็นลำดับ 2 รองจากรัฐแมสซาชูเสตส์ ด้วยเหตุนี้ รัฐโคโลราโดจึงได้รับสมญานามว่าเป็น ดินแดนใกล้อวกาศแค่เอื้อม “A Mile Closer to Space”

ที่มา:
https://choosecolorado.com/key-industries/aerospace/, http://www.spacecolorado.org/why-colorado/history/
http://www.spacecolorado.org/do-business/company-directory/, https://en.wikipedia.org/wiki/Peterson_Air_Force_Base
https://www.cnbc.com/2017/07/11/colorado-is-cashing-in-on-multibillion-dollar-space-race.html

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *