วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายอย่างมีผลเปลี่ยนแปลง ต่อสังคมมนุษย์ และหลายครั้งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นไปตามที่ผู้คิดค้นหรือผู้ประดิษฐ์คาดการไว้ ผลกระทบที่เกิดขึ้น บางครั้งก็ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนแก้ไข แต่บางครั้งผลเสียที่ตามมาเกิดขึ้นช้าๆ ในระยะยาวที่กว่า จะรู้ตัวก็สายเกินที่จะแก้ไข อย่างเช่นปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่กลายเป็นปัญหาสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบอยู่ในขณะนี้

DDT ยาฆ่าแมลงที่ฆ่ามากกว่าแมลง

ตัวอย่างคลาสสิกของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ DDT (dichlorodiphenyl-trichloroethane) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 DDT เป็นยาฆ่าแมลงในยุคแรกๆ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของ โรคในเขตร้อน เช่น มาลาเรีย ไข้รากสาดใหญ่ ฯลฯ ซึ่งระบาดหนักในช่วงสงคราม ด้วยประสิทธิภาพ ในการควบคุมโรคและแมลง DDT ได้รับความนิยม และนำไปใช้ในกิจกรรมอื่นๆ อย่างกว้างขวาง เช่น สวนผักและผลไม้ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ การจำกัดแมลงใน บ้านเรือนและอาคารต่างๆ ในสหรัฐฯ และอีกหลายๆ ประเทศ

หลังจากที่ DDT ได้รับความนิยมใช้อย่างกว้าวขวางและกลายเป็นอุปกรณ์หนึ่งในครัวเรือน ปัญหาต่างๆ เริ่มเกิดขึ้น นักวิจัยพบว่า DDT มีพิษต่อสัตว์และมนุษย์อย่างมาก แต่การกำจัด DDT ออกจากสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย เพราะ DDT สามารถตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลายาวนาน สามารถสะสมในเนื้อสัตว์ได้ ก่อให้เกิดการดื้อยาของแมลงหลายชนิด และสามารถแพร่กระจ่ายในอากาศได้ง่าย ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านการใช้ DDT ในสหรัฐฯ ในช่วงปี ค.ศ. 1960 – 1969 ซึ่งการรวมตัวเพื่อต่อต้าน DDT นี้เป็นต้นแบบของการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมในยุคต่อๆ มา

พลาสติก สิ่งประดิษฐ์ที่จะอยู่คู่โลกอีกนานแสนนาน

บุตรชายของ Sten Gustaf Thunlin วิศวกรชาวสวีเดนผู้คิดค้นถุงพลาสติกในปี 1959 ได้กล่าวว่า ความตั้งใจของ พ่อของเขาในการผลิตคิดค้นถุงพลาสติกคือ เพื่อใช้ทดแทนถุงกระดาษซึ่งไม่มีความคงทนและเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า เขาคิด ว่าหากคนหันมาใช้ถุงพลาสติกซึ่งมีความแข็งแรงคงทนกว่ามาก สามารถใช้ได้ซ้ำหลายๆ ครั้ง ก็จะสามารถลดการตัดไม้ ช่วยรักษา สิ่งแวดล้อมได้ แต่เมื่อถุงพลาสติกเดินทางออกจากห้องทดลองเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม การใช้งานถุงพลาสติกกลับไม่ได้เป็นไป อย่างที่ Thunlin ตั้งใจไว้ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ราคาค่าผลิตถุงพลาสติกลดลงมาก บวกกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เน้น ความสะดวกสบายเป็นหลัก จึงทำให้ถุงพลาสติกถูกใช้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียงครั้งเดียวแล้วก็กลายเป็นขยะตกค้างอยู่ในโลก อย่างน้อยอีก 1,000 ปี นำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แก้ไขได้ยากขึ้นไปอีก

แน่นอนว่า มนุษย์เราเมื่อเรียนผูก ก็ต้องเรียนแก้ จากปัญหา สิ่งแวดล้อมมากมายที่เราประสบอยู่ขณะนี้ หลายฝ่ายได้พยายาม นำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมารลดและแก้ไขปัญหาต่างๆ นี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอย่าง อินเตอร์เน็ต อีเมล์ บาร์โค้ด E-ticket ฯลฯ ที่ช่วยลดการใช้กระดาษ นอกจากนี้ก็ยังมีความ พยายามในการหาวิธีกำจัดขยะในทะเล เช่น การใช้ทุ่นลอยเก็บขยะ การใช้โดรนเก็บขยะ การผลิตวัสดุเพื่อมาทดแทนการใช้พลาสติก ฯลฯ

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือที่มีพลังอำนาจ มันสามารถถูกใช้เพื่อการทำลายล้าง หรือเพื่อการสร้างสรรค์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมนุษย์ผู้ใช้ ที่ต้องมีความเข้าใจในธรรมชาติของ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความซับซ้อนทางสังคม และความ เกี่ยวเนื่องกันของทุกสิ่ง มนุษย์เรามีบทเรียนให้เรียนรู้แล้วจำนวนมาก วันนี้ ถึงเวลาที่เราจะต้องเอาความรู้ที่ได้จากบทเรียนเหล่านั้นมาใช้ เพื่อให้โลกของเรายังเป็นบ้านที่น่าอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *