กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้ปรับรูปโฉมโครงสร้างกระทรวงใหม่ ในวันที่ 2 พ.ค. 2562 ที่ผ่าน โดยรวมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัย แห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ภายใต้ชื่อ “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.)”

โดยกระทรวงแห่งใหม่นี้ประกอบด้วยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเดิม และหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ วท. เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) เป็นต้น มารวมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งเดิมอยู่ ภายใต้การกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่เป็นส่วนราชการ ไม่สังกัดกระทรวง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะทำหน้าที่ส่งเสริมและกำกับดูแล สถาบันอุดมศึกษา เพื่อพัฒนากำลังคนให้มีทักษะสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์ โดยจะมีอำนาจกำหนดนโยบายและแผนปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับการอุดมศึกษาแยกจากกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนั้น ยังมีหน้าที่ส่งเสริมและกำกับดูแลการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้วย

เพื่อให้อินเทรนกับรูปแบบกระทรวง อว. ใหม่นี้ วิทย์ปริทัศน์ขอเปิดศักราชใหม่ ในเรื่องการศึกษา โดยการแนะนำ 14 มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ หรือมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Big Ten (บิ๊กเทน) ให้ท่านผู้อ่านได้รู้จัก

Big Ten (B1G) อาจจะคุ้นหูสำหรับผู้อ่านหลายๆคน แต่เชื่อว่าอีกหลายๆ ท่านยังไม่รู้จัก Big Ten และยังไม่รู้จักมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งในกลุ่มนี้

Big Ten เริ่มต้นจากการรวมตัวของมหาวิทยาลัยในพื้นที่เขต Midwest และทางเหนือของสหรัฐฯ เพื่อแข่งขันกีฬาระหว่างกัน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการรวมกลุ่มแข่งกีฬาของกลุ่มมหาวิทยาลัย Ivy League ที่อยู่ทางฝั่ง New England ซึ่งเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงยาวนาน เช่น Harvard, Columbia, Yale, และ Princeton เป็นต้น

Big Ten เกิดขึ้นประมาณ 120 ปีก่อน นำโดย James H. Smart อธิการบดีมหาวิทยาลัย Purdue ร่วมกับผู้นำแทนจาก University of Chicago, University of Illinois, University of Michigan, University of Minnesota, Northwestern University และ University of Wisconsin-Madison จัดการแข่งขันกีฬา ระหว่างมหาวิทยาลัยขึ้น โดยในช่วงนั้นใช้ชื่อว่า “Intercollegiate Conference Athletic Association” ต่อมา Indiana University, University of Iowa และ Ohio State University ได้เข้าร่วม จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น Big Ten ต่อมาในปี ค.ศ. 1946 University of Chicago ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย กลุ่มแรกที่ร่วมก่อตั้ง Big Ten ได้ถอนตัวออกจากกลุ่ม แต่ทั้งนี้ มีมหาวิทยาลัยอีก 5 แห่ง เข้าร่วมเป็น สมาชิก ได้แก่ Michigan State University, Pennsylvania State University, University of Nebraska -Lincoln, University of Maryland, และ Rutgers University-New Brunswick ถึงแม้ว่า สมาชิกใน กลุ่มจะเพิ่มขึ้น แต่ Big Ten ก็ยังคงใช้ชื่อเดิมมาจนถึงปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยกลุ่ม Big Ten ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักในเรื่องของการแข่งขันกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัย เท่านั้น แต่เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยรัฐขนาดใหญ่ (ยกเว้น Northwestern University ที่เป็นมหาวิทยาลัย เอกชน) มีนักศึกษาเข้าเรียนเฉลี่ยมากกว่า 40,000 คนต่อปี มีชื่อเสียงโดดเด่นในหลากหลายสาขาวิชา ไม่ว่า จะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ รวมถึง ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกลุ่ม Big Ten นี้ ยังจัดอยู่ในกลุ่ม R1: Doctoral Universities – Very high research activity หรือเป็นกลุ่ม มหาวิทยาลัยที่มีงานวิจัยจำนวนมาก รวมทั้ง อัตรางานวิจัยต่อหัวที่อยู่ในระดับที่สูง จากการจัดอันดับโดย Carnegie Classification of Institutions of Higher Education นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยกลุ่ม Big Ten ยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับสหรัฐฯ ปีละจำนวนหลักแสนคน ปัจจุบันมีสมาชิก ทั้งหมด 14 มหาวิทยาลัย ได้แก่่

1.Indiana University เมือง Bloomington รัฐอินเดียนา
2.Michigan State University เมือง East Lansing รัฐมิชิแกน
3.Northwestern University เมือง Evanston รัฐอิลลินอยส์
4.Ohio State University เมือง Columbus รัฐโอไฮโอ
5.Pennsylvania State University เมือง University Parks รัฐเพนซิลเวเนีย
6.Purdue University เมือง West LaFayette รัฐอินเดียนา
7.Rutgers University – New Brunswick เมือง New Brunswick รัฐนิวเจอร์ซีย์
8.University of Illinois เมือง Champaign รัฐอิลลินอยส์
9.University of Iowa เมือง Iowa City รัฐไอโอวา
10.University of Maryland เมือง College Park รัฐแมรีแลนด์
11.University of Michigan เมือง Ann Arbor รัฐมิชิแกน
12.University of Minnesota เมือง Minneapolis / St. Paul รัฐมินนิโซตา
13.University of Nebraska – Lincoln เมือง Lincoln รัฐเนแบรสกา
14.University of Wisconsin – Madison เมือง Madison รัฐวิสคอนซิน

ลักษณะเด่นของกลุ่ม Big Ten นอกเหนือจากด้านกีฬาและจำนวนนักศึกษาที่เข้าเรียนในแต่ละปีแล้ว นั้น คุณภาพของการศึกษาและโปรแกรมการเรียนการสอนต่างๆ ยังมีความโดดเด่นไม่แพ้มหาวิทยาลัยกลุ่ม อื่นๆ มีการจัดตั้งสถาบัน Committee on Institutional Cooperation (CIC) ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนา ความร่วมมือทางด้านวิชาการและงานวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัย โดยในแต่ละปีได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน มากจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง หน่วยงานระดับรัฐ ภาคเอกชน และชมรมศิษย์เก่า (ที่ยังมีชีวิตอยู่) ที่มี เครือข่ายกระจายอยู่มากกว่า 5.2 ล้านคนทั่วโลก

หน่วยงานรัฐบาลกลางที่ให้เงินทุนสนับสนุนการทำวิจัยแก่ CIC เช่น

  • Department of Education (DE)
  • Department of Health and Human Services (DHHS)
  • Department of Defense (DOD)
  • Department of Energy (DOE)
  • Department of Interior (DOI)
  • Department of Transportation (DOT)
  • Environmental Protection Agency (EPA)
  • National Aeronautics & Space Administration (NASA)
  • National Institutes of Health (NIH)
  • National Science Foundation (NSF)
  • Other Federal Government
  • US Agency for International Development (USAID)
  • US Department of Agriculture (USDA)
    (ที่มา: https://www.purdue.edu/business/sps/links/nonfedlinkshome.html)

จากที่เกริ่นมาข้างต้น มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Big Ten นับได้ว่า เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยที่น่าจับตามอง มีความโดดเด่นในหลายด้าน รวมทั้งมีคณะที่มีชื่อเสียง ที่ได้รับการจัดอันดับไว้ในอันดับต้นๆ ของคณะที่ดี ที่สุดในสหรัฐฯ เรามาทำความรู้จักแต่ละมหาวิทยาลัยในกลุ่มนี้กัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *