ดร.ลิลี่ เอื้อวิไลจิตร รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ ให้บรรยายแนะนำ สวทช. เช่น หน้าที่และบทบาท ของ สวทช. ในการพัฒนา Platform เพื่อสนับสนุน การวิจัยและพัฒนา ให้สามารถทำได้เร็วขึ้นและใช้ งบประมาณที่น้อยลง นอกจากนี้ ยังได้บรรยายเกี่ยวกับ แนวนโยบาย Thailand 4.0 สาขา วทน. ที่ประเทศไทย ให้ความสำคัญ และ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ประเทศไทยมีความสนใจที่จะสร้างความ ร่วมมือกับต่างประเทศ ในส่วนของการให้การสนับสนุน ผู้ประกอบการ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งชาติเป็นเสมือน One stop service สำหรับผู้ประกอบการทั้งภายใน และ ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม ASEAN โดยผู้ ประกอบที่สนใจสามารถมาขอใช้สถานที่และสิ่งอำนวย ความสะดวกต่างๆ ของอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 1 เดือน และ สวทช. จะ ช่วยหาคู่พันธมิตรทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยและบริษัทเอกชน หลังจากการหารือ คณะได้เยี่ยมชม ศูนย์ชีววัสดุ ประเทศไทย (TBRC) ของ BIOTEC ซึ่งเป็นศูนย์แลก เปลี่ยนข้อมูลชีววัสดุ มีให้บริการในการจัดเก็บตัวอย่าง การฝึกอบรม และการให้คำแนะนำต่างๆ ปัจจุบันได้มี การทำ MOU กับประเทศมาเลเซียแล้ว

จากการหารือ เม็กซิโกมีความสนใจที่จะสร้างความ ร่วมมือกับ สวทช. ซึ่ง ดร.ลิลี่ฯ แนะนำว่าควรเริ่มจาก การระบุหาสาขาที่สนใจร่วมกัน และจับคู่หน่วยงาน พันธมิตร Dr. Parada กล่าวว่าจะจัดทำข้อเสนอในการ สร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับเม็กซิโกมาให้พิจารณา

Dr. Kakimova (ชิลี) มีความสนใจที่จะทำโครงการ แลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัย โดย ดร.ลิลี่ฯ แนะนำว่า หากมีนักศึกษาต่างชาติสนใจจะมาศึกษาวิจัยในไทย สวทช. สามารถช่วยประสานกับบริษัทต่างๆ หรือศูนย์ วิจัยทั้ง ๔ แห่งภายใต้ สวทช. ซึ่งในขณะนี้สามารถ รองรับได้เฉพาะระดับปริญญาโท

Dr. Osorio (โคลอมเบีย) กล่าวถึงโครงการ Science Club ซึ่งได้มีการสร้างเครือข่ายนักวิจัยและผู้ประกอบ การในหลายประเทศในลาตินอเมริกาและทวีปยุโรป โครงการนี้อาจจะเป็นโครงการที่น่าสนใจสำหรับไทย เพราะเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย และผู้ประกอบการได้มีโอกาสทำความรู้จักและสร้างเครือข่ายผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นการสร้าง ความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไปได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *