ระหว่างวันที่ 11-15 มีนาคม 2562 สำนักงาน ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ได้นำคณะผู้บริหารด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษา จากประเทศกลุ่ม พันธมิตรแปซิฟิก (Pacific Alliance ประกอบด้วย เม็กซิโก ชิลี เปรู โคลอมเบีย) และโบลิเวีย ไปเยือนไทย เพื่อสร้างเครือข่ายด้าน วทน. และสนับสนุนการ แลกเปลี่ยน การพัฒนาองค์ความรู้ ความเข้าใจด้าน วทน. รวมถึง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนา และบริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ระหว่างหน่วยงานของ ไทยกับประเทศลาตินอเมริกา

เนื่องจาก ผู้บริหารจากลาติน มาจากหน่วยงาน องค์กรที่มีลักษณะแตกต่างกัน ดังนั้น แนวทางการดำเนิน ความสัมพันธ์กับประเทศในกลุ่ม Pacific Alliance 4ประเทศ และ โบลิเวีย จึงมีแนวทางพัฒนารูปแบบที่ ต่อยอดแตกต่างกันตามความสนใจของผู้แทน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจาก 5 ประเทศ ประกอบด้วย

1. เม็กซิโก – Dr. Jaime Parada, Director General of the Institute of Innovation and Technology Transfer of Nuevo Leon และ Director of the Research and Technology Innovation Park (PIIT) of Nuevo León ผู้บริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของเม็กซิโก

2. เปรู – Dr. Victor Huanambal Tiravanti, Director, Innovation and Entrepreneurship Center, Cayetano Heredia Peruvian University ผู้รับผิดชอบโครงการจัดตั้ง อุทยานวิทยาศาสตร์เปรู

3. ชิลี – Dr. Sharapiya Kakimova, Coordinator, International Cooperation Program, Scientific and Technological Research of Chile (CONICYT) หน่วยงานภาครัฐ ที่มีหน้าที่ในการวางแผนนโยบายและบริหารจัดการ วทน. ของชิลี

4. โคลอมเบีย – Dr. Juan Sebastian Osorio Director Of Education, BIMEDCO-GEMEDCO, S.A. นักวิจัยและผู้นำ รุ่นใหม่จากบริษัทผู้นำในการพัฒนายาและเทคโนโลยีการ แพทย์ของโคลอมเบีย

5. โบลิเวีย – Prof. Waldo Vargas-Ballester, Director of Research, Postgraduate and Social Interaction Department, Universidad Mayor de San Andres ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชั้นนำจากโบลิเวีย

คณะผู้บริหารจากลาตินอเมริกาได้พบปะกับผู้บริหารของ อุทยานวิทยาศาสตร์ในภาคต่างๆ ของไทยทั้ง 13 แห่ง รวมทั้ง ได้มีโอกาสพบหารือกับผู้บริหารของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักการเกษตรต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจากการหารือพบว่า ไทยเป็นประเทศที่ประเทศใน ลาตินอเมริกาให้ความสนใจที่จะสร้างความร่วมมือด้าน วทน. แต่เนื่องจากความห่างไกลทำให้ประเทศ ในลาตินอเมริกาไม่มีโอกาสได้รู้จักกับประเทศไทยมากนัก จากการเยือนไทยครั้งนี้ ทำให้คณะผู้บริหารฯ พบว่าไทยกับประเทศลาตินอเมริกามีความสนใจหลายอย่างที่ตรงกัน มีศักยภาพด้าน วทน. หลายอย่าง ที่คล้ายคลึงกันและสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ และมีช่องทางในการสร้างและพัฒนาความร่วมมือ ด้าน วทน. ระหว่างประเทศ

งานสัมมนา หัวข้อ “The 2nd International Forum on Open Innovation: Thailand Regional Science Parks and Latin America Connect” ในวันที่ 12 มีนาคม 2562 ณ The Brick X @NSP อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คณะผู้บริหารจากลาตินได้ให้การบรรยายในงานสัมมนา หัวข้อ Thailand Regional Science Parks and Latin America Connect ซึ่งเป็นงานสัมมนาครั้งที่ 2 ในชุดงาน สัมมนาความร่วมมือระดับนานาชาติของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (The International Forum on Open Innovation) งานสัมมนาครั้งนี้มีกลุ่มผู้ฟังคือ ผู้บริหารและ เจ้าหน้าที่ของอุทยานวิทยาศาสตร์จากภาคและจังหวัดต่างๆ ของไทย ผู้บริหารมหาวิทยาลัย อาจารย์ นักศึกษา และผู้ที่ สนใจ จำนวน 120 คน โดยการบรรยายของคณะเจ้าหน้าที่จากลาตินมีดังต่อไปนี้

1) “Monterrey, International Capital of Knowledge and Advanced Manufacturing” โดย Dr. Jaime Parada ประเทศเม็กซิโก

Dr. Parada ให้บรรยายเกี่ยวกับ รัฐ Nuevo León ซึ่งเป็นรัฐที่สำคัญทางเศรษฐกิจอันดับ 3 ของเม็กซิโก โดยมี เมือง Monterrey เป็นเมืองหลวง บทบาทและหน้าที่ของ Nuevo Leon Institute of Innovation and Technology Transfer (I2T2) และ the Research and Technology Innovation Park (PIIT) of Nuevo León และระบบ นิเวศนวัตกรรมของรัฐ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทรัพยากร บุคคล การเพิ่มการลงทุน และการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึง ความ ร่วมมือจากต่างประเทศ สาขา วทน. ที่มุ่งเน้น 4 อันดับต้น คือ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ การบิน และ แพทยศาสตร์

Dr. Jaime Parada

โครงการสนับสนุน วทน. ที่สำคัญ เช่น โครงการทุน การศึกษาเรียนต่อต่างประเทศสำหรับนักศึกษาระดับปริญญา โทและเอก โครงการความร่วมมือระหว่างภาคการและภาค อุตสาหกรรม และการให้เงินสนับสนุนนวัตกรรมและธุรกิจ Startups (FONLIN) ซึ่งสูงถึง 2 แสนเหรียญสหรัฐฯ ต่อ โครงการ (โครงการนี้ก่อให้เกิดบริษัท Startups แล้ว 52 บริษัท) – PIIT หรืออุทยานวิทยาศาสตร์ของเม็กซิโกก่อตั้งเมื่อปี 2550 งบประมาณการลงทุนนับรวมถึงปัจจุบันเป็นจำนวน 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประกอบด้วยศูนย์วิจัยและพัฒนา 35 ศูนย์ (คาดว่าจะขายเป็น 50 ศูนย์ในปี 2563) และ ศูนย์เพาะบ่มผู้ประกอบการ (incubator) 4 ศูนย์ (สำหรับนาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยี สารสนเทศ และเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก) – PIIT ได้ตั้งเป้าที่เป็นเมืองหลวงแห่งความรู้และการผลิต ขั้นสูงภายในปี 2573 โดยมีเป้าหมายคือ การยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนในประเทศ เพิ่มการลงทุนด้าน วทน. เพิ่มความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ยกระดับการ ศึกษา การวิจัยและพัฒนาของประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังกล่าวมีทั้งหมด 4 ขั้นตอน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 3 (Deployment) ซึ่งการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ เป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญ (ภาพประกอบ 1)

2) “Peruvian University Cayetano Heredia: Towards the Development of a Center for Innovation and Entrepreneurship Aimed at Connecting the World and Achieving the Sustainable Development Goals (SDG)” โดย Dr. Victor Huanambal Tiravanti ประเทศเปรู

  • เปรูเป็นประเทศที่สำคัญหนึ่งในลาตินอเมริกา แม้ว่า ประเทศยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ปัญหาความ ยากจน และอยู่ในอันดับสุดท้ายเมื่อเปรียบเทียบตัวชี้วัด ด้านนวัตกรรมของประเทศในกลุ่ม พันธมิตรแปซิฟิก แต่ รัฐบาลเปรูได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปประเทศและริเริ่ม โครงการต่างๆ ที่จะช่วยผลักดันความก้าวหน้าของ วทน. และสนับสนุนผู้ประกอบการ เช่น การก่อตั้ง Technological and Innovation Center (CITEs) การให้ทุนสนับสนุน การวิจัย เช่น Innovation Fund and Agricultural Technology (INCAGRO) และ Competitiveness and Innovation Funds (FIDECOM)
  • Cayetano Heredia University เป็นมหาวิทยาลัยผู้นำ ด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศและจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของลาตินอเมริกา นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมีนโยบาย ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ
  • Center for Innovation and Entrepreneurship (CIE) เป็นศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรมและผู้ประกอบการ ริเริ่มโดย Cayetano Heredia University มีเป้าหมายคือ การสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนา การผลักดันให้มีการ นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์และถ่ายทอดสู่ประชาชน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) CIE อยู่ระหว่างการพัฒนา และก่อสร้างให้เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ โดยคาดว่าจะเสร็จ สมบูรณ์ในปี 2564 อย่างไรก็ตาม ปัญหาและอุปสรรค ในการพัฒนาศูนย์ CIE ให้เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์อย่าง เต็มรูปแบบมีหลายประการ เช่น การขาดกรอบของ กฎหมายในการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ในเปรู การขาด เงินทุนสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขาดประสบการณ์ในการสร้างและพัฒนาความร่วมมือ ร ะหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ ฯลฯ
  • โอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับเปรู เช่น การให้คำแนะนำด้านการวางแผนและออกแบบ CIE การสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานและบริษัทของไทยกับ เปรู และการสร้างความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาใน สาขาการแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์การอาหาร การพัฒนายาและวัคซีน ฯลฯ

3) “National Commission for Scientific and Technological Research – Opportunities for Graduate Studies and International Cooperation” โดย Dr. Sharapiya Kakimova ประเทศชิลี

Dr. Sharapiya Kakimova

ชิลีมีจำนวนนักวิจัย 9.5 คนต่อประชากร 1,000 คน และมีการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาร้อยละ 0.39 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมระหว่างประเทศ ชิลีมีความร่วมมือด้าน วทน. กับหลากหลายประเทศ แต่ส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา และประเทศในยุโรป – ไทยกับชิลีมีการจำนวนสิ่งพิมพ์วิจัยวิทยาศาสตร์ในระดับที่ใกล้เคียงกัน โดยงานวิจัยร่วมระหว่างไทยกับชิลีตามข้อมูลจาก Web of Science e InCites มี 225 ฉบับ (ภาพ 2) สาขาการวิจัยที่มีการตีพิมพ์มากที่สุดของทั้งสองประเทศ คือ วัสดุศาสตร์ งานวิจัยที่เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อม ชีวะเคมีและโมเลกุล วิศวกรรมและวิศวกรรมไฟฟ้า (ภาพ 3) ซึ่งสาขาดังกล่าวอาจจะเป็น สาขาที่ไทยกับชิลีสามารถสร้างความร่วมมือกันได้

โครงสร้างปัจจุบันของชิลี
  • โครงการความร่วมมือที่เป็นโอกาสการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศกับชิลีมีหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบการแลกเปลี่ยน นักวิจัย (เช่น โครงการ ECOS – CONICYT และ MEC) การสร้างเครือข่ายกับต่างประเทศ (เช่น CYTED, MATH AMSUD & STIC AMSUD, และ REDES ENTRE CENTROS) และโครงการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา
  • ภารกิจที่สำคัญหนึ่งของ CONICYT คือการพัฒนาบุคลากรด้าน วทน. ที่มีทั้งการส่งนักศึกษาชิลีไปศึกษาต่อต่างประเทศ และให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาในชิลี ในปี 2562 มีนักศึกษาต่างชาติระดับปริญญาเอก จำนวน 167 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากประเทศในลาตินอเมริกา Dr. Kakimova กล่าวว่าโครงการนี้น่าสนใจสำหรับนักศึกษาไทยที่สนใจ จะมาศึกษาและมาทำวิจัยกับชิลี โดยทุนการศึกษาจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทุกอย่างในชิลี
  • นอกจากนี้ ความร่วมมือด้าน วทน. ระหว่างไทยกับชิลีอาจจะเกิดขึ้นในกรอบของ Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่ส่งเสริมความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนต่างๆ ที่ทั้งสองประเทศเป็น สมาชิก โดยในปี 2562 ชิลีเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม APEC ระหว่างวันที่ 16 – 17 พฤศจิกายน 2562
  • ชิลีได้จัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์แล้วเมื่อปี ๒๕๖๑ โดยใช้ชื่อว่า Ministry of Science, Technology, Knowledge & Innovation ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนจัดโครงสร้างกระทรวง โดยจะโอน National Commission for Scientific and Technological Research (CONICYT) ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ในการวางแผนนโยบายและสนับสนุน วทน. ของประเทศไปสังกัด กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ Dr. Kakimova เชื่อว่าโครงสร้างการบริหารใหม่นี้จะช่วยให้ชิลีสามารถบริหารจัดการ วทน. ของประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและจะเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ

4) “Colombia From STEAM (STEM + ART) Education to a sustainable industrialized nation” โดย Dr. Juan Sebastian Osorio โคลอมเบีย

Dr. Juan Sebastian Osorio
  • โคลอมเบียเป็นประเทศหนึ่งที่เปิดประตูต้อนรับความร่วมมือด้าน วทน. จาก ต่างประเทศ โดยนอกจาก บริษัทเอกชนอย่าง BIMEDCO-GEMEDCO ที่เป็น โอกาสหนึ่งในการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์และยาแล้ว ยังมีอีกหลายโครงการ เช่น Clubes de Ciencia (Colombia) และ ScienteLab ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายนักศึกษาและ นักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการปฏิรูปสังคมด้วย วทน. ปัจจุบัน ทั้งสองโครงการ มีเครือข่ายครอบคลุมทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป หน่วยงานพันธมิตรมีทั้ง มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐบาล และภาคเอกชน รูปแบบกิจกรรมความร่วมมือ เช่น โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัย โครงการร่วมวิจัยวิทยาศาสตร์ โครงการร่วมพัฒนาวิชาการเรียนการสอน และการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติ การต่างๆ
  • นอกจากนี้ ความร่วมมือแบบ south – south ระหว่างรัฐบาลของไทยกับ โคลอมเบีย ยังสามารถทำได้ผ่านหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์ และศูนย์วิจัยต่างๆ เช่น iNNpulsa, Ruta N, ACI Medellin, ANDI, และ ProColombia ซึ่ง Dr. Osorio สามารถช่วยประสานไปกับหน่วยงานต่างๆ ที่ไทยสนใจได้

5) “Research, Postgraduate and Social Interaction Department (DIPGIS)” โดย Prof. Waldo Vargas-Ballester ประเทศโบลิเวีย

Prof. Ballester บรรยายถึงโครงสร้างและนโยบายในการพัฒนานักวิจัยและ การส่งเสริม นวัตกรรมของ Universidad Mayor de San Andrés (Higher University of San Andrés) ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีความร่วมมือกับหลายประเทศในหลายระดับ คือ ระดับ องค์กร (สหรัฐฯ – McKnight Foundation, ญี่ปุ่น – Japan International Cooperation Agency (JICA), แคนาดา – International Development Research Center (IDRC)) ระดับมหาวิทยาลัย (สหรัฐฯ – MIT และ Indiana University Bloomington, เยอรมนี – University of Bayreuth) และระดับภาคเอกชน (แคนาดา – JETLUBE) สาขาความร่วมมือที่เป็นไปได้ระหว่างไทยกับโบลิเวีย เช่น

  • ความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การเพาะพันธุ์ดอกกล้วยไม้ โบลิเวียมีพันธุ์กล้วยไม้กว่า 3,000 พันชนิด นักวิจัยโบลิเวียประสบความสำเร็จในการ ปรับพันธุ์กล้วยไม้ให้มีกลีบดอกยาวขึ้น (เพื่อความสวยงามและเพิ่มมูลค่าให้แก่ดอกไม้)
  • การออกแบบสถานีพลังงานน้ำขนาดเล็ก เช่น hydraulic turbines ซึ่งรัฐบาล โบลิเวียให้ความสนใจอย่างมาก
  • การบริหารจัดการแหล่งน้ำและพื้นที่ป่า เช่น การบริหารจัดการเขื่อน การควบคุม ยาฆ่าแมลง การฟื้นฟูสภาพดิน

6) “Open Innovation Partnerships: Thailand Regional and Global Connect” โดย ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้อำนวยการ อุทยานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อว.มช.)

ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ
  • ดร.ธัญญานุภาพฯ ให้บรรยายเกี่ยวกับโครงสร้าง ภารกิจ และรูปแบบการดำเนิน งานของ อว.มช. โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากร มี อว.มช. เป็นหน่วยงานที่ช่วยเชื่อมต่อและถ่ายทอดให้องค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่ ผู้ประกอบการเพื่อให้มีการนำไปต่อยอดทางธุรกิจ โดยสาขาเทคโนโลยีที่ อว.มช. เชี่ยวชาญคือ เกษตรกรรมและวิทยาศาสตร์อาหาร เทคโนโลยีดิจิตอล เทคโนโลยี- ชีวภาพและการแพทย์ และเทคโนโลยี พลังงานและวัสดุ
  • บทบาทและหน้าที่ของ อว.มช. คือ การสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา การให้ บริการด้านการบริหารจัดการ วทน. การเพาะบ่มผู้ประกอบการ และการให้ การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
  • ดร.ธัญญานุภาพฯ บรรยายถึงแผนการขยาย อว.มช. และ Platform ต่างๆ เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงโครงการ EECi

7) “Tech Enterprises Development in Northern Thailand” โดย ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

  • ดร.เกษมศักดิ์ฯ บรรยายถึงสถานภาพและศักยภาพของไทย ซึ่งทำให้ไทยเป็น ประเทศที่เหมะสมสำหรับการการเป็น hub ของบริษัท startup และการ ลงทุนด้าน วทน. และบรรยายเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและโครงการต่างๆ ของ อว. ในการสร้างและสนับสนุนบริษัท startup เช่น โครงการเตรียมความพร้อมให้ แก่ผู้ประกอบการก่อนขั้นเพาะบ่ม (pre-incubation program) โครงการบ่ม เพาะธุรกิจ (incubation process) ฯลฯ ซึ่งในปัจจุบัน อว.มช. ได้ช่วยให้เกิด ธุรกิจใหม่มากมาย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *