จากวิสัยทัศน์ของท่านเอกอัครราชทูตมาริษ เสงี่ยมพงษ์ พิจารณาว่า ในขณะที่ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับ ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดอย่างแคนาดาและเม็กซิโก มีความ อ่อนไหวมากขึ้น โดยเฉพาะ จากนโยบายปกป้องผลประโยชน์ ภายในสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะเป็นแรง ผลักดันประการหนึ่งที่ให้โอกาสแคนาดาเปิดตัวเองกับประเทศ นอกภูมิภาค โดยเฉพาะกับมิตรประเทศที่ห่างไกล อย่างประเทศไทย มีมากขึ้น โดยเฉพาะการที่แคนาดาเป็นประเทศ พัฒนาแล้วที่มี ความพร้อมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีทัศนคติที่ดี ต่อประเทศไทย โดยท่านได้ให้แนวทางกับทีมประเทศไทยไว้ดังนี้

  1. การแบ่งกรอบการเจรจาและการพัฒนาความ ร่วมมือเน้นมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับแคนาดาในทั้ง 3 ระดับ ทั้ง ระดับรัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ซึ่งบทบาทในมิติด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะเกี่ยวข้องยึดโยงได้ทั้ง 3 ระดับ และสามารถ ผลักดันให้เกิดรูปธรรมที่ข้ามระดับได้ เช่นระดับรัฐ กับเอกชน หรือรัฐกับประชาชน ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นต้น
  2. การดำเนินงานใน 3 มิติ ประกอบด้วย การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สำหรับแคนาดา ในด้าน วทน. จะเน้นในภาคเศรษฐกิจ และสังคมเท่านั้น โดยมีเป้า ประสงค์เพื่อมุ่งเน้นเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อย่างยั่งยืน ซึ่งจะต่างจากสหรัฐอเมริกาซึ่งค่อนข้าง จะมีมิติการเมืองและความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้องใน การพัฒนาความร่วมมือด้าน วทน. ด้วย ทั้งในด้าน การทหาร เทคโนโลยีทางอาวุธยุทโธปกรณ์ และ กิจการอวกาศ
  3. ลักษณะโครงการความร่วมมือที่น่าสนใจกับ แคนาดา อาทิ

3.1 นวัตกรรมด้านอาหารและการเกษตร โดยหาแนวทาง ทำโครงการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ เน้นนวัตกรรมด้านการเกษตรที่จะยกระดับการ พัฒนาของเกษตรกรได้ ทั้งนี้ แคนาดามีความสนใจ และมีความเชี่ยวชาญในหลายสาขา เช่น การทำฟาร์ม สัตว์ให้นม (Dairy Farming) การพัฒนาโปรตีนจาก แมลงและจากพืช (Insect and Plant based Protein) และการผลิตอาหารในแบบ Functional Food รวมทั้ง การส่งเสริมความร่วมมือกับ Foodinnopolis และ BIOTEC ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้ง Biopolis ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน การวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพแห่งใหม่ในประเทศไทย ในเขตส่งเสริมนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation – EECI)

3.2 ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้าน Creative Economies & Industries ผลักดันการประกอบ ธุรกิจร่วมทุนไทยแคนาดา เชิง Start – up ที่ช่วย กระตุ้นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความรู้เทคนิคด้าน วทน. (Knowledge Based Activities)

3.3 ผลักดันร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมในการนำแนวทางพัฒนา Big Data และ Internet of Things โดยเฉพาะกับระบบภาคการ เกษตร รวมทั้งช่วยพัฒนา platform ที่จะสร้าง value chain และดึงภาคธุรกิจรุ่นใหม่ ที่มีนวัตกรรม ให้สนใจ หาช่องทางประกอบธุรกิจกับแคนาดามากขึ้น

3.4 ในภาคการศึกษาและการวิจัยเพื่อพัฒนา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา ได้ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลักดันให้เกิด การลงนามในความตกลงกับ National Research Council (NRC) แคนาดา ได้สำเร็จแล้วเมื่อวันที่ 9ธันวาคม 2561 และจะใช้เป็นกรอบความร่วมมือ ในด้านส่งเสริมการการค้นคว้าวิจัยของสองประเทศ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *