สาธารณรัฐเปรู หนึ่งในประเทศในลาติน อเมริกาที่ร่ำรวยทางด้านทรัพยากร ความหลากหลายทางกายภาพและชีวภาพ แม้ว่าในด้าน วทน. ชั้นสูงจะยังไม่โดดเด่นมากนัก เมื่อเปรียบเทียบศักยภาพด้าน วทน. กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค แต่รัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้าน วทน. โดยมุ่งเน้นพัฒนา 4 หัวข้อหลัก คือ

  1. ระบบการบริหารจัดการคนเก่ง โดยจะต้องพัฒนาความรู้ เพื่อผลิตและพัฒนา บุคลากรให้เพิ่มมากขึ้น
  2. การปฏิบัติตามเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในด้าน อาหาร สุขภาพ น้ำสะอาด เป็นต้น
  3. การพัฒนาเพื่อเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ (The Fourth Industrial Revolution) มุ่งเน้น ที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ การพิมพ์สามมิติ ไบโอเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) พันธุกรรม เป็นต้น
  4. การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติจากธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แนะนำหน่วยงาน

หน่วยงาน National Council for Science, Technology and Innovation (Consejo Nacional de Ciencia, Tecnología e Innovación Tecnológica: CONCYTEC ในภาษาสเปน) เป็นหน่วยงานหลักของรัฐบาลที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและบรรทัดฐานทางด้าน วทน. ของ ประเทศ และมีหน้าที่หลักคือ

  1. ส่งเสริมการพัฒนาทางด้าน วทน. ผ่านการดำเนินการร่วมกันระหว่างโครงการและความร่วมมือ ของหน่วยงานต่างๆ
  2. เชื่อมโยงระบบ วทน. แห่งชาติระหว่างหน่วยงาน ภาคการศึกษา องค์กร ธุรกิจ และสังคม
  3. มีส่วนร่วมในการพัฒนาให้กองทุน วทน. เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ CONCYTEC ยังทำหน้าที่ในการวางแผนกลยุทธ์ในการพัฒนา วทน. ของประเทศ

  • ส่งเสริมการสร้างและถ่ายทอดความรู้ด้าน วทน. ให้มีความสอดคล้องกับงานวิจัยและความต้องการ ของประเทศ
  • ส่งเสริมการสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ
  • ปรับปรุงคุณภาพของศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
  • เสริมสร้างกรอบทางกฎหมายด้าน วทน. ของประเทศ
  • ส่งเสริมและพัฒนาสิ่งจูงใจใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นและเพิ่มกิจกรรม ด้าน วทน.

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ได้หารือร่วมกับนาย Fernando Ortega ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและการศึกษา นาง Rocio Casildo ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ ระหว่างประเทศ ร่วมด้วยผู้แทนจาก CONCYTEC ณ สำนักงานใหญ่ CONCYTEC กรุงลิมา

สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ฯ ได้แจ้งเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างกระทรวง – วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยเป็นกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ในปี 2562 ซึ่งการปรับโครงสร้างจะเป็นผลดีต่อการขยายการทำงานให้ภาคงานวิจัยและภาค การศึกษารวมอยู่ในองค์กรเดียวกัน การลงนามความร่วมมือระหว่างเปรูและไทยที่คงจะมีหลังจาก การปรับโครงสร้าง น่าจะเป็นโอกาสอันดีให้เปรูสามารถขยายกรอบความร่วมมือให้ครอบคลุมการ – แลกเปลี่ยนกับสถาบันอุดมศึกษาของไทย ซึ่งระหว่างรอลงนาม CONCYTEC เสนอให้มีการหารือ เกี่ยวกับแผนงานโครงการที่เป็นรูปธรรม และสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ฯ ได้ชี้ให้เห็นมิติของ ความร่วมมือที่แบ่งได้ 3 ส่วน คือ ด้านนโยบาย (policy) ด้านการศึกษา (academics) และด้าน นักวิชาชีพ (professionals)

CONCYTEC คาดว่าจะมีเครือข่ายมหาวิทยาลัย 6 – 8 แห่งที่สนใจสร้างความร่วมมือร่วมกับ สถาบันการศึกษาของไทย โดยทาง CONCYTEC จะหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับโครงการที่สามารถ ดำเนินการร่วมกันได้ นอกจากนี้ CONCYTEC แสดงความสนใจที่จะเรียนรู้นโยบายด้าน วทน. ของไทย ซึ่ง CONCYTEC เห็นว่าไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในเรื่องนี้ โดยเห็นได้จากการที่ไทยได้เปลี่ยนแปลง สัดส่วนฐานเศรษฐกิจของประเทศจากการเกษตรมาเป็นภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ อีกทั้งการก่อตั้ง อุทยานวิทยาศาสตร์ โดยเปรูอยากจะให้ไทยช่วยแนะนำแนวทางการก่อตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ด้วย

มหกรรมวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

CONCYTEC จัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (Peru con Ciencia) ครั้งที่ 6 ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู ระหว่างวันที่ 8 ถึง 11 พฤศจิกายน 2561 ภายในงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

(1) การจัดงานนิทรรศการจากภาคการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐทั้งภายในและต่างประเทศ ในปีนี้ CONCYTEC ก่อตั้งครบรอบ 50 ปี โดยมีมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ได้รับการสนับสนุนทุนโดยภาครัฐผ่าน CONCYTEC จัดแสดงกว่า 13 โครงการ ซึ่งล้วนแต่เป็นการวิจัยที่มีผลต่อเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ เช่น เทคโนโลยี การตรวจจับเชื้อปอดบวมและมาลาเรีย การใช้เทคโนโลยี 3 มิติทางการแพทย์ และเทคโนโลยีการตรวจจับ สิ่งป่นเปื้อนในอากาศและใต้ดิน การพัฒนาพันธุกรรมพืชผลทางการเกษตร

งานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ในปีนี้ ได้มีการเพิ่มนิทรรศการในส่วนของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นานาชาติ ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงานจาก 5 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ แคนาดา สหรัฐอเมริกา โปแลนด์ โคลอมเบีย และไทยเข้าร่วมจัดแสดง ซึ่งไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในเอเชียที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานในครั้งนี้

ภายในนิทรรศการ สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ฯ ได้จัดให้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ EECi ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาทางการเกษตร ความก้าวหน้าและกระบวนการผลิตข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากการพัฒนาโดยหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ของไทย บทบาทและหน้าที่ของ สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ฯ รวมถึงข้อมูลพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ สังคมแ ละวัฒนธรรมของประเทศ โดยมีประชาชนทั่วไป นักเรียนนักศึกษา ผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ความสนใจสอบถาม ข้อมูลเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ฯ มีเกมส์ตอบคำถาม Increíble Tailandia (Amazing Thailand) ซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับประเทศไทยจำนวน 5 ข้อ (4 ชุดคำถาม) โดยมีของรางวัลหลากหลายประเภท สำหรับผู้เล่นเกมส์ อาทิ Trackable Tag สำหรับกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าผ้า ชาใบหม่อน ฯลฯ ซึ่งเกมส์ทดสอบ ความรู้เกี่ยวกับประเทศไทยนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี มีผู้ร่วมเล่นบันทึกได้จำนวน 611 คน โดยส่วนใหญ่ เป็นเยาวชนอายุระหว่าง 10 – 20 ปี แม้ว่าจะมีเยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมเกมส์จำนวนมาก แต่ค่าเฉลี่ยของ คำตอบที่ถูกต้องมีเพียงร้อยละ 39 (คำถามข้อมูลทั่วไป) ซึ่งต่ำกว่าผลการจัดงาน Open House ที่ สอท. ณ กรุงวอชิงตัน และงานเทศกาลไทยของ สอท. ณ กรุงออตตาวา จึงเห็นว่า เยาวชนเปรูยังมีความรู้เกี่ยวกับ ประเทศไทยค่อนข้างน้อย ดังนั้นการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ที่มีการแจกของที่ระลึกจากประเทศไทย และมีการให้ องค์ความรู้เกี่ยวกับประเทศไทย จึงมีผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ หรือ presence ของ ประเทศไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในมิติด้าน วทน. และประเทศไทย 4.0

หน่วยงานต่างๆ ของเปรูได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานของตนเองซึ่งมีหน่วยงานที่น่าสนใจดังนี้

  • Instituto Geofísico del Perú (IGP) หรือสำนักธรณีวิทยา กระทรวง สิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลแจ้งเตือนและเตรียมความพร้อม ในการรับมือภัยธรรมชาติ เนื่องจากเปรูเกิดภัยทางธรรมชาติหลายอย่าง เช่น แผ่นดินไหว และน้ำท่วม
  • Comisión Nacional de Investigación y Desarrollo Aeroespacial (CONIDA) เป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านอวกาศของประเทศ ได้นำเสนอเทคโนโลยี การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการจัดการด้านเกษตรกรรมและภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ
  • Zona Arqueológica Caral (ZAC) เป็นหน่วยงานด้านโบราณคดี กระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานที่ดูแลสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ จำนวนมากของประเทศ ได้นำเสนอเทคโนโลยีการดูแลรักษาโบราณสถาน สำคัญระดับโลกของประเทศ เช่น Machu Picchu, Áspero, Miraya และ Lurihuasi
  • Instituto Nacional de Salud (INS) หรือ กระทรวงสาธารณสุขนำ เสนอการศึกษาคุณสมบัติทางเคมีของพิษในสัตว์ เพื่อนำมาผลิตวัคซีนหรือยา รักษามนุษย์และการศึกษาจีโนมของชาวเปรู – Ministerio Público Fiscal de la Nación ทำหน้าที่คล้ายกับกระทรวง ยุติธรรมได้นำเสนอการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อทำให้ภาพถ่ายชัดขึ้น และเทคโนโลยีที่สามารถมองทะลุกระจกทึบได้
  • FONDECYT ซึ่งเป็นหน่วยงานให้เงินทุนภายใต้ CONCYTEC โดย ทำหน้าที่ใกล้เคียงกับ National Science Foundation (NSF) ของสหรัฐฯ นำเสนอ แนวทางการขอรับทุนของ FONDECYT ให้แก่ผู้เข้าร่วม โดยทุนที่ FOUNDECYT ให้ประกอบด้วยทุนหลายประเภท และครอบคลุมหลากหลายสาขา

(2) กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนและการพูดคุยร่วมกับบุคคลตัวอย่างด้านวิทยาศาสตร์เยาวชน ได้ร่วมสนุกในกิจกรรมและการสาธิตทางด้านวิทยาศาสตร์ และได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์หญิง ชาวเปรู 3 คน ได้แก่ María Luisa Aguilar, Norma Salinas และ Albina Ruiz ที่ประสบความสำเร็จใน ด้านดาราศาสตร์ ชีววิทยา และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึง การพูดคุยร่วมกับนักวิทยาศาสตร์หญิง รุ่นใหม่ถึงแรงบันดาลใจและการทำงานในฐานะนักวิทยาศาสตร์

(3) EUREKA เป็นองค์กรสนับสนุนกิจกรรม การพัฒนานวัตกรรมในหมู่เยาวชนที่สำคัญ ที่ได้สนับสนุน ส่วนจัดแสดงโครงการวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนต่างๆ ของเปรู โดยโครงการฯ เหล่านี้ได้ถูกคัดเลือกจากผลงานของนักเรียน จาก 26 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยด้าน วทน. ของตนเอง อีกทั้งโครงการฯ ที่ชนะการประกวด ในครั้งนี้จะมีโอกาสไปเสนอผลงานในเวทีระดับนานาชาติที่จะจัดขึ้นในเม็กซิโก บราซิล และสหรัฐฯ การนำเสนอ โครงการฯ ของนักเรียนดังกล่าวเป็นการเน้นการใช้ วท. เพื่อสร้างนวัตกรรมขึ้นมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น ของตน เช่น การพัฒนาภาชนะใส่อาหารที่ไม่เป็นภัยต่อธรรมชาติ การพัฒนาอิฐจากพลาสติกเหลือใช้ การพัฒนา อุปกรณ์กรองคาร์บอนสำหรับพาหนะ การพัฒนากล้องจุลทรรศน์จากวัสดุที่หาได้ทั่วไปการพัฒนามวลสารที่ดูด มลพิษจากน้ำ การใช้หนอนที่พบในท้องถิ่นเพื่อการช่วยย่อยสลายพลาสติก การพัฒนาวัสดุรักษาอุณหภูมิอาคาร และที่อยู่อาศัย และอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

โครงการพัฒนาสมุนไพรสำหรับการเลิกสิ่งเสพติด

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลิมา ได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือกับเปรูในด้านสมุนไพรในพื้นที่เขตชุมชน Chazuta ของเปรูในการพัฒนาสมุนไพร ซึ่งสามารถพบได้ในเปรูเช่นเดียวกับประเทศไทย สำหรับการล้างพิษและ เลิกสารเสพติด ซึ่ง ศ.ภญ. ดร. กฤษณา ไกรสินธุ์ ได้เป็นผู้ให้คำปรึกษาหลักของฝ่ายไทย โดยมุ่งเน้นพืชสมุนไพร 3 ชนิด ที่พบได้ในเปรู ได้แก่ รางจืด เถาวัลย์เปรียง และ ย่านางแดง รวมทั้งการส่งเสริมการปลูกพืชเพื่อเสริมรายได้ Macambo ที่เป็นผลไม้ที่สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบหลักในการทำช็อคโกแลต ซึ่งนับเป็นแนวคิดสำคัญอีกประการหนึ่งที่ สถานเอกอัครราชทูตฯ ในต่างประเทศใช้มิติด้าน วทน. ในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ กำลังพัฒนาด้วยกัน โดยอาศัยฐานงานวิจัยด้านทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความคล้ายคลึงกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *