โบลิเวียเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยแร่ลิเทียมเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นแร่สำคัญที่ใช้้ผลิตแบตเตอรี และอุปกรณ์เก็บกักพลังงาน แต่ทั้งนี้ การพัฒนาทางด้าน วทน. ของประเทศยังไม่โดดเด่นมากนัก รัฐบาลโบลิเวีย เริ่มผลักดันการพัฒนา โดยเฉพาะทางการศึกษา โดยมอบทุนการศึกษาให้นักศึกษาไปศึกษาต่อต่างประเทศและ กลับมาทำงานให้กับประเทศบ้านเกิด ดังนั้น ภาคการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก

แนะนำหน่วยงาน

กระทรวงศึกษาธิการ

โบลิเวียไม่มีกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ หรือหน่วยงานระดับกระทรวงที่รับผิดชอบงานด้าน วท. โดยตรง งานด้าน วทน. อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรม โดยมหาวิทยาลัยของโบลิเวียค่อนข้าง มีอิสระในการดำเนินงาน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่เป็นหลักในทุกเขตการปกครองทั้ง 9 เขต โดยมีมหาวิทยาลัยซานอันเดรส กรุงลาปาซ เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุด มีนักศึกษาราว 80,000 คน กลุ่มมหาวิทยาลัยกึ่งรัฐกึ่งเอกชน เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัย ที่บริหารโดยองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เช่น เครือศาสนจักรที่บริหารมหาวิทยาลัยคาทอลิก และกลุ่ม มหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งเอกชนหรือสถาบันของเอกชน เช่น หอการค้าเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการ โดย มหาวิทยาลัยกลุ่ม 3 ไม่มีอำนาจในการออกปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาเองต้องอาศัยอำนาจของกระทรวงศึกษา ดังนั้น การบริหารสถาบันอุดมศึกษาของโบลิเวีย มหาวิทยาลัยของรัฐจะมีอิสระจากกระทรวงศึกษาธิการฯ และ มีโครงสร้างที่ใหญ่กว่ามาก

ในการเข้าพบและเข้าเยี่ยมคารวะ นาง Jenny Carrasco Arredondo รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ศึกษาธิการฯ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานด้าน วทน. ได้แจ้งว่า โบลิเวียมีความสนใจที่จะพัฒนาความร่วมมือกับไทย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ของไทย กำลังจะมีการปรับ โครงสร้าง และไทยก็มีกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้มีการเสนอแนวทางพัฒนา ความร่วมมือด้าน วทน. กับโบลิเวียในลักษณะของ bottom up ไปพลางก่อน คือจะใช้แนวทางเชื่อมโยงจับคู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยที่มีความสนใจ ซึ่งจะมาสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หลังการปรับโครงสร้างกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในการเชื่อมโยงกับโบลิเวีย แทนการเริ่มจากการทำกรอบความตกลงเพื่อลงนามระดับกระทรวงแบบ CONCYTEC ของเปรู โดยการเยือนครั้งนี้มีการเข้าพบผู้แทนมหาวิทยาลัยชั้น นำของโบลิเวีย และตั้งต้นโครงการความร่วมมือไว้ในลักษณะโครงการนำร่อง

มหาวิทยาลัยแห่งชาติซานอันเดรส (Universidad Mayor de San Andrés – UMSA)

มหาวิทยาลัย San Andres เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุด ใหญ่ที่สุด และเก่าแก่เป็น ลำดับสอง (พ.ศ. 2373) ของมหาวิทยาลัยในโบลิเวีย ตั้งอยู่กลางกรุงลาปาซ UMSA เป็นหนึ่งใน ศูนย์การศึกษาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศ ในปี พ.ศ. 2560 QS ลาตินอเมริกาจัดอันดับ มหาวิทยาลัย UMSA เป็นมหาวิทยาลัยโบลิเวียที่ดีที่สุดและอยู่ในตำแหน่ง 91 ของลาตินอเมริกา ทั้งหมด

อาคารที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของมหาวิทยาลัยที่เรียกว่า Monoblock ตั้งอยู่ที่ถนน Villazón กลางกรุงลาปาซ ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิก Emilio Villanueva ในปี พ.ศ. 2485 และถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมโบลิเวีย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบ Pre-Columbian และถือเป็นตึกระฟ้าแห่งแรกในเมือง และเป็นศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวทางสังคม และการเดินขบวนกลางเมืองตลอดระยะเวลาประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่มีความขัดแย้งอยู่บ่อยครั้ง

ในการประชุุมกับ ศ.ดร. Waldo Albarachin อธิการบดี และผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ซานอันเดรส ผู้บริหารมหาวิทยาลัยซานอันเดรสได้แสดงความสนใจอย่างมากที่จะพัฒนาความร่วมมือ กับไทย โดยทั้งนี้ ทางสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ฯ ได้แจ้งเสนอที่จะสนับสนุนการพัฒนาจับคู่ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของไทยที่มีความเหมาะสม โดยในเดือนมีนาคม สำนักงานที่ปรึกษาด้าน วิทยาศาสตร์ฯ มีกำหนดจัดโครงการเยือนไทยเพื่อการแลกเปลี่ยนความร่วมมือให้กับมหาวิทยาลัยจาก ลาตินอเมริกา จึงขอสนับสนุนการเดินทางของผู้แทนคณาจารย์จำนวน 1 ท่าน โดยทางอธิการบดี มอบหมาย Professor Waldo Vargas Ballester, M.I.A., Head of Department of Research, Postgraduate and Social Interaction และคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นผู้แทนเข้าร่วมกิจกรรมใน ครั้งนี้

มหาวิทยาลัยคาทอลิก วิทยาเขตซานปาโบล (Catholic University- San Pablo)

มหาวิทยาลัยคาทอลิกเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ สนับสนุนงบประมาณด้วยเครือศาสนจักรคาทอลิก มหาวิทยาลัยคาทอลิก เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน แต่มีสถานะเทียบเท่ามหาวิทยาลัยของรัฐ โดยมี วิทยาเขตที่มีชื่อเสียงมากในด้านวิชาการในหลายประเทศ อาทิ ชิลี เปรู โคลอมเบีย โดยในโบลิเวีย มี 4 วิทยาเขตประกอบด้วย ซานปาโบล (ลาปาซ) ซานตาครูส โกชาบัมบา (Cochabamba) และตารีฆา (Tarija) ในการหารือที่วิทยาเขต San Pablo กรุงลาปาซ ดร. Omar Roberto Salinas คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เป็นผู้ให้การต้อนรับและแจ้งว่า มหาวิทยาลัยแคทอลิก มีความพร้อมที่จะจัดโครงการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยของไทย ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน โดยได้พาเดินชมโครงสร้างพื้นฐานของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาที่มีชื่อเสียง ขณะนี้สำนักงานที่ปรึกษา ด้านวิทยาศาสตร์ฯ ได้ดำเนินการช่วยประสานหามหาวิทยาลัยของไทยที่มีความเหมาะสมมาจัดกิจกรรมแลก เปลี่ยนคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยคาทอลิก ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยคาทอลิกมีความพร้อมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีความทันสมัย และคณาจารย์มีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับดีมากหลายคน

มหาวิทยาลัยซานตาครูส (Universidad Privada de Santa Cruz -UPSA)

การพบหารือกับรองอธิการ UPSA และคณบดี 4 สาขาวิชา

มหาวิทยาลัยซานตาครูสเป็นมหาวิทยาลัย เอกชนของเมือง Santa Cruz de la Sierra ซึ่งก่อตั้ง เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2527 บริหารโดยหอการค้า อุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวของ ซานตาครูซ (CAINCO) ในปี 2560 ตามการจัดอันดับ webometrics มหาวิทยาลัยนี้ถือเป็นมหาวิทยาลัย เอกชนที่มีชื่อเสียงที่สุด และอยู่ในลำดับ 6 ของ โบลิเวีย มีคณะที่เปิดรับนักศึกษาที่สอดคล้องตาม ความต้องการของตลาด 5 คณะ ได้แก่ บริหารธุรกิจ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ และมนุษยศาสตร์และการสื่อสาร

ในการประชุมกับ ดร. Sergio Daga Merida รองอธิการบดี พร้อมด้วยคณบดี 4 คณะหลักของ มหาวิทยาลัยซานตาครูซ เพื่อหารือลู่ทางความ – ร่วมมือ โดยสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ฯ จะสนับสนุนให้อาจารย์ Gustavo Quinteros Chávez จากภาควิชาวิทยาศาสตร์อาหารและสิ่งแวดล้อม เดินทางไปร่วมทำงานวิจัยที่ไทยร่วมกับสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าวิทยาเขตเจ้าคุณทหาร (KMITL) เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยได้รับ ความอนุเคราะห์จาก รศ.ดร.ประพันธ์ ปิ่นศิโรดม คณบดี คณะอุตสาหกรรมเกษตร สนับสนุนการแลก เปลี่ยนคณาจารย์เพื่อทำวิจัย โดยในครั้งนี้ KMITL จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายขณะอยู่ในไทย และสำนักงาน ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ฯ รับผิดชอบค่าโดยสาร เครื่องบินไป-กลับ ซานตาครูส-กรุงเทพฯ และยินดี ดูแลรับรองผู้บริหารที่สนใจไปเยือนพบปะหารือกับไทย

Clubes de Ciencia (SCI)

มหาวิทยาลัยซานตาครูสยังเป็นที่ตั้ง Clubes de Ciencia (Science Clubs International – SCI) ของโบลิเวียที่เป็นที่ชุมนุมของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ที่กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาสเปน SCI เป็นองค์กรที่ไม่ หวังผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 มีภารกิจที่เน้นไป ยังการกระตุ้นกิจกรรมที่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาง สังคม เพื่อให้เข้าถึงการศึกษา STEM โดยอาศัย เครือข่ายความร่วมมือที่มีคุณภาพสูง และชุดการฝึก อบรมเชิงปฏิบัติการแบบเข้มข้นที่ออกแบบและใช้โดย นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในประเทศสมาชิก ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วย เม็กซิโก บราซิล โคลอมเบีย ปารากวัย เปรู และโบลิเวีย โดยมีสเปนเป็นผู้ให้ การสนับสนุน ที่มา: http://www.clubesdeciencia.org/

ข้อสังเกต

  1. เปรูและโบลิเวียเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและ เยาวชน โดยนักศึกษาชาวเปรูและโบลิเวียสามารถเข้าถึงการศึกษาโดยไม่ เสียค่าใช้จ่ายจนถึงระดับปริญญาตรี ทำให้การสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนใน มหาวิทยาลัยของรัฐมีสูงมาก อีกทั้งมีมหาวิทยาลัยของรัฐ จำนวนไม่มากนัก แต่มีขนาดใหญ่ จึงมีมหาวิทยาลัยของเอกชนเกิดขึ้นจำนวนมาก และหลายแห่งก็มี ชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม เปรูมี CONCYTEC ทำหน้าท่ี่พัฒนาทางด้าน วท. ซึ่งแยกออกมา ขึ้นตรงกับสำนักประธานาธิบดี มีสถานะเทียบเท่ากระทรวงและมีบทบาทส่งเสริมการพัฒนาของ งานวิจัยในระดับอุดมศึกษา รวมทั้ง ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่นักเรียนนักศึกษาและสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่ว ประเทศ ในขณะที่โบลิเวีย ยังไม่มีองค์กรเฉพาะและสถาบันการศึกษาภาครัฐก็มีอิสระจากกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้สถาบันมีบทบาทถ่วงดุลในทางการเมืองในขณะเดียวกัน
  2. เยาวชนและประชาชนของทั้งสองประเทศมีแนวคิดที่เปิดต่อชนชาติเอเชีย มีความสนใจที่อยากจะ เรียนรู้เกี่ยวกับภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะโบลิเวียไม่มีความหวาดระแวงคนเอเชียเหมือนกับที่มีกับชาวอเมริกัน จึงทำให้ปัจจุบันได้เปิดรับความช่วยเหลือและการลงทุนจากชาวเอเชีย โดยเฉพาะจีนจำนวนมาก อาทิ การเปิดให้ สัมปทานแก่บริษัทจีนในการขุดแร่ลิเธียม ซึ่งมีแหล่งสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนพื้นที่ 16,000 เอเคอร์ ใน ขณะที่เปรูค่อนข้างเป็นประเทศที่เปิดกว้างทั่วไปต่อประชาคมโลก และสนใจที่จะพัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลางเวที ระหว่างประเทศในภูมิภาค การได้มีโอกาสเข้าร่วมจัดนิทรรศการของประเทศไทยในครั้งนี้ ได้รับการอำนวย ความสะดวกและดูแลเป็นอย่างดีจากฝ่ายเปรู รวมทั้งได้แสดงความต้องการชัดเจนจากฝ่ายเปรูในการแสวงหา โอกาสในการสร้างความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านการวิจัยกับไทย โดยมีนักวิชาการจากหลายสถาบันเข้า มาสอบถามแนวทางพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัย อาทิ Information Technology ชีววิทยา และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น รวมทั้งโอกาสในการหางานทำในประเทศไทยที่ผู้คนกล่่าวถึงว่าเป็นประเทศที่สวยงาม
  3. เยาวชนและประชาชนโดยทั่วไปยังมีความรู้เกี่ยวกับไทยค่อนข้างจำกัด อีกทั้งข้อจำกัดด้านภาษา อังกฤษของชาวลาตินอเมริกาที่มีจำกัด ปัจจัยเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่ท้าทายในการสร้างความร่วมมือด้าน วทน. การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนนักวิจัยร่วมกันในอนาคต ซึ่งอาจหมายถึงหลักสูตร วิทย์ – สเปน สำหรับเยาวชนไทยในยุคต่อไป ต่อจากกระแส วิทย์ – จีน ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน หรือเมื่อ Elon Musk คิดค้นเที่ยวบินจรวดเชื่อมต่อ กรุงเทพฯ – ลิมา กรุงเทพฯ – ริโอ หรือ กรุงเทพฯ – บัวโนสไอเรส ได้ภายในไม่เกิน 6 ชม.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *