การพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ Research Triangle Park (RTP) ของประเทศสหรัฐฯ ในยุคเริ่มต้น มีรูปแบบการ พัฒนาที่ใช้มหาวิทยาลัยเป็นฐาน (university-based model) โดยมีแรงผลักดัน มาจากความต้องการของทั้งภาคธุรกิจและ ภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจและความเจริญของท้องถิ่นโดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ เป็นเครื่องมือ สำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนอุทยานวิทยาศาสตร์ ซึ่ง RTP ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1959 จากความร่วมมือของ ภาคธุรกิจในพื้นที่ รัฐบาลท้องถิ่น และมหาวิทยาลัย โดยตั้งอยู่ท่ามกลาง 3 มหาวิทยาลัย คือ Duke University, North Carolina State University, และ University of North Carolina (Chapel Hill) ในรัฐ North Carolina ซึ่งมหาวิทยาลัย ทั้งสามแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาของ RTP อีกทั้งการทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย อื่นๆ ในพื้นที่ได้สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจมาสู่ท้องถิ่น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 เป็นต้นมา ซึ่งการพัฒนานี้ได้ส่งผลกระทบ ระยะยาวต่อการเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างมาก กล่าวคือ ในทศวรรษที่ 1960 บริเวณนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยากจนที่ สุดของภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสหรัฐฯ แต่เมื่อมี การพัฒนา RTP ขึ้น รายได้ต่อหัวของประชากรในพื้นที่เพิ่มสูง ขึ้นจนอยู่ในระดับที่สูงขึ้น เศรษฐกิจของพื้นที่นี้ในปัจจุบัน ถือได้ว่าร่ำรวยที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ สหรัฐฯ (ที่มา: สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริม กิจการอุทยานวิทยาศาสตร์, n.d. ) RTP ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ ที่ขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ยังเป็น ศูนย์กลางนวัตกรรม เป็นที่ทำงานของนักวิทยาศาสตร์ ด้านต่างๆ เป็นที่รวมของผู้ถือสิทธิบัตรที่มีการค้นพบ เป็นแหล่งรวมของการประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์ และเป็นแหล่งรวมรางวัลต่างๆมากมาย ทั้งรางวัลโนเบล รางวัล U.S. Presidential Award และรางวัล National Foundation Awards เป็นต้น (ที่มา: Research Tringle Region, n.d.) ปัจจุบันพื้นที่ 24.5 ล้านตารางฟุตของ RTP มีบริษัทเกิดใหม่ (start-up company) มากถึง 200 บริษัท มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ เฉพาะด้านมากกว่า 50,000 คน เป็นที่ตั้งของ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัท อาทิ IBM มีพนักงาน โดยประมาณ 14,000 คน บริษัท GlaxoSmithKline ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ทางด้านงานวิจัยและพัฒนา มีพนักงานโดยประมาณ 5,000 คน และบริษัท Cisco Systems มีพนักงานโดยประมาณ 5,000 คน เป็นต้น (ที่มา: สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริม กิจการอุทยานวิทยาศาสตร์, n.d.) นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยสำคัญที่มีการค้นพบในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่เกิดขึ้นที่ RTP เช่น การประดิษฐ์คิดค้น Universal Product Code หรือบาร์โค้ด, เทคโนโลยี 3D ultrasound เทคโนโลยีหญ้าเทียม (Astroturf) การคิดค้นยา Taxol ที่ใช้ในการยับยั้งการเจริญ เติบโตของโรคมะเร็งบางชนิด และยา AZT (Azidothymidine) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัส HIV เป็นต้น (ที่มา: Research Tringle Region, n.d.) ในส่วนของ อุตสาหกรรมแต่ละปีมีการลงทุนมากกว่า 296 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ ในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคนี้

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ใน RTP แบ่งออกได้ ทั้งหมด 6 ประเภท คือ

  1.  อิเล็กทรอนิคส์ขนาดเล็ก (Microelectronics)
  2. โทรคมนาคม (Telecommunications)
  3. เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)
  4. สารเคมี (Chemicals)
  5. เภสัชภัณฑ์ (Pharmaceuticals)
  6. วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Environmental Sciences)

 

ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ RTP ประกอบไป ด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. เวลาและวิสัยทัศน์ (Timing and Vision) – ผู้ก่อตั้ง RTP มีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลและมีความสามารถที่จะ รวมกลุ่มคนที่เหมาะสมเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ในช่วงเวลาที่มีความเหมาะสมทั้งเศรษฐกิจและ โอกาส
  2. ความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย (University Partnerships) – สามารถให้การสนับสนุนได้หลายวิธี ทั้งโครงการพัฒนาและฝึกฝนผู้ประกอบการ ช่วยในเรื่องสิทธิบัตรและใบอนุญาตของเทคโนโลยี ใหม่ที่มีการคิดค้น เป็นตัวเชื่อมโยงนักวิจัยและ พัฒนางานวิจัยต่างๆ
  3. การรวมกลุ่ม (Clusterization) – การรวมกลุ่มที่มี เทคโนโลยีขั้นสูงได้กลายเป็นรูปแบบการพัฒนาที่มี ชื่อเสียงระดับโลก และโครงสร้างเงินทุนของ RTP ของรูปแบบการรวมกลุ่มมีศักยภาพที่ไม่ซ้ำกัน
  4. ข้อตกลงร่วมกัน (Commitment) – โดยมีข้อ ตกลงที่มีความจำเป็นต่อการลงทุนร่วมกันเพื่อการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนของ RTP

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 61 รศ.นพ.สรนิตฯ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะเดินทางไป เยือน Research Triangle Institute (RTI) โดยประเด็น การเยือนมุ่งเน้นเรื่องโครงการความร่วมมือกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคของไทย โดยเฉพาะ เรื่องการนำงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยไปสู่การค้า พาณิชย์ การส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs รวมทั้ง ศึกษารูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจ ในท้องถิ่นโดยใช้ วทน. โดยศึกษารูปแบบการให้ บริการของ RTP Frontier และ Raliegh HQ3 ซึ่ง ประเด็น ความร่วมมือกับ RTP ที่น่าสนใจได้แก่ การ สร้าง Innovation Ecosystem ภายในองค์กรด้าน วทน.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *