การลงนามตราสารต่ออายุความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการไทย-สหรัฐฯ

ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาได้มีการลงนาม ความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ และวิชาการระหว่างราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งสหรัฐอเมริกา (Agreement Relating to Scientific and Technical Cooperation between the Government of the United States of America and the Government of the Kingdom of Thailand) ฉบับแรก เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556 ความตกลงว่าด้วยความ ร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการไทย-สหรัฐฯ เป็นการกำหนดกรอบและแนวทางความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ในเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน และเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ โดยสาระสำคัญของความตกลงฯ ประกอบด้วยการดำเนินกิจกรรม ต่างๆ ภายใต้ความตกลงฯ ซึ่งครอบคลุมถึงโครงการพัฒนาและวิจัยร่วมศูนย์ปฏิบัติการร่วม การศึกษา วิจัยร่วม การร่วมจัดประชุมสัมมนา โครงการฝึกอบรมนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญ โครงการแลกเปลี่ยนการเยือนของนักวิจัย การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และกิจกรรมความร่วมมืออื่น ๆ โดยความตกลงความร่วมมือฯ ฉบับนี้มีอายุ 5 ปี โดยจะหมดอายุเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2561

รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ลงนามตราสารต่ออายุความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และ วิชาการไทย-สหรัฐฯ (STA) ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย โดยผู้ลงนามฝ่ายสหรัฐฯ ได้แก่ Dr. Jonathan Margolis, Acting Deputy Assistant Secretary for Science, Space, and Health, Bureau of Oceans and International Environmental and Scientific Affairs, Department of State โดยความตกลงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป และมีระยะเวลา 5 ปี

ความตกลงฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสองในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโนโลยีในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร วัสดุศาสตร์นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ พลังงานหมุนเวียน พลังงานนิวเคลียร์ การรักษาความ ปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ ชีววิทยาศาสตร์ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือในรูปของโครงการวิจัยและพัฒนาร่วม การจัดสัมมนา / การ ประชุม / การประชุมเชิงปฏิบัติการ การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนนักวิจัย/ข้อมูล นอกจากนี้ ความตกลงฯ ประกอบด้วยภาคผนวกทางทรัพย์สิน ทางปัญญา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความแน่ใจว่ามีการ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้ความตกลงฉบับนี้และข้อตกลงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอและมีประสิทธิผล

ไทยและสหรัฐอเมริกา ได้ประชุมคณะกรรมการ ร่วม ไทย – สหรัฐฯ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Joint Committee Meeting on Science and Technology – JCM) ครั้งแรกเมื่อระหว่างวันที่ 7-8 มีนาคม พ.ศ. 2559 ที่โรงแรมดุสิตธานี กทม. เพื่อเป็นกลไกหารือในการผลักดันความร่วมมือ โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินความร่วมมือใน 5 สาขา ได้แก่ 1) Energy 2) Health 3) STEM Education 4) Water และ 5) Biodiversity และกำหนดให้มีการ จัดประชุมหารือความร่วมมือเป็นประจำทุก 2 ปี

การประชุม Thailand – US Committee Meeting on Science and Technology (JCM) ครั้งที่ 2

การประชุม JCM ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ณ สำนักงานกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือต่อยอดการดำเนินความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์สำคัญร่วมกัน เช่น ความร่วมมือด้าน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน การศึกษาสะเต็ม ความหลากหลายทางชีวภาพ ฯลฯ คณะผู้แทนจากทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงนโยบาย ด้านวิทยาศาสตร์ เช่น การให้ความสำคัญแก่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการ พัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยนวัตกรรมการหารือในสาขาต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก ครั้งที่ 1 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยมี สาระสำคัญดังนี้

Natural Resources Management – the Energy -Water Nexus ฝ่ายสหรัฐฯ ได้นำเสนอแนวทางความ ร่วมมือในด้าน Groundwater modeling, Foundations for strategic Lower Mekong River systems optimization, Alternative sources and pumped storage hydropower และ Marine debris โดย ฝ่ายไทยได้นำเสนอประเด็นความร่วมมือด้านการจัด การขยะในทะเล (Marine debris) และแหล่ง ท่องเที่ยว ในประเทศไทย ความร่วมมือด้าน Coral Reef Health และความร่วมมือด้านพลังงานแสงอาทิตย์ เทคโนโลยี การกักเก็บพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เชื้อเพลิงชีวภาพและโรงกลั่นชีวภาพ ที่ใช้สำหรับ ผลิตเชื้อเพลิง เช่น การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมกลไกราคาและการพัฒนางานวิจัย

– STEM Education: Museum Outreach Models โดยผู้แทนสหรัฐฯ จาก Smithsonian Science Education Center นำเสนอการดำเนินงานเพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชน โดยผู้แทนไทยที่ ร่วมหารือกับฝ่ายสหรัฐฯ ได้แก่ องค์การพิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย นอกจากนั้น ได้เสนอ ประเด็นความร่วมมือของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เรื่อง Enhancing Nuclear Education in Secondary Schools and Outreach Program ร่วมกับ Nuclear Power Institute, Texas A&M University โดยมีกิจกรรมที่จะดำเนินการ ร่วมกัน เช่น การแลกเปลี่ยนครู และนักเรียนใน ระดับมัธยมศึกษาระหว่างไทยและสหรัฐฯ เพื่อ พัฒนาศักยภาพการสร้างสื่อการเรียนการสอน ด้านนิวเคลียร์ในโรงเรียนให้แก่ครู และสร้างแรง บันดาลใจในการเข้าสู่การเรียนวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านนิวเคลียร์ ให้แก่นักเรียน

– Global One Health – Biodiversity and Health Studies to Benefit Societies การศึกษาด้าน ความหลากหลายทางชีวภาพและสุขภาพเพื่อประโยชน์ของสังคม โดยสองฝ่ายได้หารือในประเด็นต่างๆ ดังนี้

1) การวิจัยโรคมะเร็ง โดยผู้แทนระหว่าง NIH และ สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้นำเสนอประเด็นความร่วมมือระหว่างกันโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งในการตรวจหาและการรักษา ไปจนถึง การวิจัยในระดับจีโนม (genomes)

2) การระบุหาความเสี่ยงที่เกิดจากโรคใหม่ที่เกิดขึ้น ในสัตว์ป่า ผ่านโครงการความร่วมมือด้านศูนย์ สุขภาพสัตว์ป่า (Widelife Health Center)

3) การศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ฝ่ายไทยมหาวิทยาลัยมหิดลได้นำเสนอความร่วมมือสาขา Biodiversity and EcoHealth ทั้งนี้ พว. นำเสนอประเด็นความร่วมมือด้าน ระบบนิเวศและ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ Soil Microbiome และข้อมูล Microorganism โดยมีแผนจะทำการ วิจัยด้าน Microbiome ในดิน เพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์ในเชิงกายภาพและชีวภาพที่มีการเปลี่ยน แปลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรของไทยโดยใช้กลไกต่างๆ เช่น การประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *