ปัจจุบันสังคมทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรครั้งสำคัญ เทคโนโลยีการการแพทย์ที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น คนส่วนใหญ่สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ ทำให้คนมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น ตามรายงานของสำนักวิจัยประชากร (Population Research Bureau) ปี พ.ศ. 2561 คาดการณ์ว่า ผู้สูงอายุชาวอเมริกันที่มีอายุเกิน 65 ปี จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในช่วง 40 ปีข้างหน้า และผู้สูงอายุจะมีอายุยืนขึ้น ผู้หญิงจะมีอายุ โดยเฉลี่ย 87.6 ปี ผู้ชายมีอายุโดยเฉลี่ย 85.6 ปี นอกจากนี้ สังคมในปัจจุบันทุกคนดิ้นรนทำมาหากิน เพื่อปากท้องของตนเองและครอบครัว หรือในบางสังคมที่แยกครอบครัวออกมา ทำให้การดูแลผู้สูงอายุลดลง และต้องอาศัยอยู่ตามลำพังโดยส่วนใหญ่ ทำให้ Aging Technology ได้รับความสนใจมากขึ้น มีการพัฒนานวัตกรรมหรือผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ด้านสุขภาพ เพื่อช่วยให้การดำเนินชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ มีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเทคโนโลยีสำหรับผู้สูงอายุ เช่น

ถุงลมนิรภัยป้องกันสะโพก

ผู้สูงอายุมีความสามารถของร่างกายที่ลดลง เช่น การมองเห็น การทรงตัว การรับรู้ เป็นต้น ทำให้การหกล้มเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ง่าย จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Center for Disease Control and Prevention) การหกล้มของผู้สูงอายุเป็นเรื่องอันตรายอย่างมากและเป็นสาเหตุของ การบาดเจ็บและเสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้สูงอายุชาวอเมริกัน บริษัท Helite คิดค้น Hip’Air หรือ ถุงลมนิรภัยป้องกันสะโพกกระแทกกับพื้น เป็นสายคาดเอวที่มีตัวเซ็นเซอร์ติดอยู่ โดยระบบจะตรวจจับว่า เป็นการเดินปกติหรือกำลังจะหกล้ม โดยระบบจะใช้เวลาเพียง 200 มิลลิวินาทีในการปล่อยถุงลมนิรภัย ออกจากสายคาดเอว โดยคาดว่าจะช่วยป้องกันการกระแทกถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ บริษัท Helite ตั้งราคา Hip’Air นี้ที่ 800 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง และรูปทรงขนาดใหญ่ ไม่สะดวกต่อการพกพา ของผู้สูงอายุ

รองเท้าอัจฉริยะ

บริษัท E-Vone ของประเทศฝรั่งเศส ผลิตรองเท้าแฟชั่นอัจฉริยะมีมากกว่า 20 สไตล์ และรองเท้า ทุกคู่จะมีเซ็นเซอร์ติดไว้ที่พื้นรองเท้าเพื่อตรวจจับหากมีการหกล้ม หรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ หากผู้ที่สวม ใส่รองเท้าหกล้ม เซ็นเซอร์จะส่งข้อความไปยังเบอร์ติดต่อฉุกเฉินหรือศูนย์รับแจ้งทันที นอกจากนี้รองเท้าติด ระบบสัญญาณ GSM เพื่อสามารถสื่อสารได้ถึง 120 ประเทศทั่วโลก และมี GPS หรือ LoRA ที่สามารถ ระบุตำแหน่งได้ โดยบริษัท E-Vone คิดค่าบริการเดือนละ 30 เหรียญยูโร ซึ่งรวมค่าเช่ารองเท้า บริการ แจ้งเตือน และรองเท้าคู่ใหม่ในแต่ละปี และนอกจากนี้ บริษัท E-Vone พยายามพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้เข้ากับรองเท้าแตะที่ไว้สวมใส่ภายในบ้านด้วย

สายรัดข้อมือ

ทางเลือกต่อมาที่ง่ายและราคาถูกว่าอุปกรณ์ 2 ประเภทแรก คือ คือสายรัดข้อมือ หรือสร้อยคอ อัจฉริยะ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สามารถสวมใส่ทำงาน และน่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการใส่รองเท้าคู่เดียวกันใน ทุกๆ วัน โดยสายรัดข้อมือหรือสร้อยคออัจฉริยะนี้จะมีปุ่มกดโทรออกเมื่อเกิดเหตุกาณ์ฉุกเฉิน ผู้สูงอายุ สามารถที่จะโทรเรียกขอความช่วยเหลือฉุกเฉินหรือติดต่อสมาชิกในครอบครัวได้ในทันที ซึ่งหลายคนคิด ว่ามีระบบการทำงานเช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนมีอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ ผู้สูงอายุคงไม่ถือโทรศัพท์ไว้ ตลอดเวลาในการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจจะวางมือถือไว้บนโต๊ะ แล้วเดินไปทำอะไรต่อมิอะไรก็ได้ สายรัดข้อมือจึงเป็นทางเลือกหนึ่งง่ายต่อการพกติดตัว

โคมไฟตรวจจับการเคลื่อนไหว

ในเวลากลางคืนมีความเสี่ยงของ การหกล้มสูงไม่ว่าจะเดินสะดุดรองเท้า หาสวิตช์ไฟไม่เจอ บริษัท Domalys ผลิต โคมไฟติดผนังชื่อว่า Aladin ที่ใช้เซ็นเซอร์ ตรวจจับการเคลื่อนไหว จะเปิดไฟขึ้น อัตโนมัติเมื่อมีคนเดินผ่านและยังสามารถ ตรวจจับหากมีการหกล้มเกิดขึ้นด้วย โดยแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ของคนใน ครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือผู้ดูแลเพื่อขอ ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ชุดอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุ

บริษัท Lili Smart เรียกชุดผลิตภัณฑ์นี้ว่า Toolkit ซึ่งมีความเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุหรือ ผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เช่น ภาวะสมองเสื่อม โดย Toolkit ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1. แอพพลิเคชั่นในมือถือ เพื่อใช้ในการสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพ 2. นาฬิกาที่แสดงภาพของ ยา/อาหารและจะสั่นเตือนตามเวลาที่กำหนด 3. ชุดเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว โดยสามารถติดตัว เซ็นต์เซอร์ที่กระปุกยา ติดไว้ที่ตู้เย็น ประตูบ้าน เป็นต้น โดยตัวเซ็นเซอร์จะส่งข้อมูลไปยังแอพพลิเคชั่น ที่มือถือ ทำให้ลูกหลานหรือผู้ดูแลสามารถทราบถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือการเปลี่ยนแปลงของ พฤติกรรมที่เกิดขึ้น

หนึ่งในความท้าทายของเทคโนโลยีเหล่านี้คือ ผู้สูงอายุไม่ยอมใช้อุปกรณ์ ไม่ต้องการที่จะใส่นาฬิกา เข็มขัดที่มีถุงลมนิรภัยป้องกัน หรือใส่รองเท้าคู่เดิมในทุกๆ วัน และบ่อยครั้งผู้สูงอายุปฏิเสธ การรับประทาน ยาเพราะคิดว่าตนเองไม่ได้มีอาการหรือมีความจำเป็นในการรับประทานยา ดังนั้นอุปกรณ์บางประเภทยัง ต้องพึ่งพาความสามารถของผู้ดูแลหรือญาติในการบังคับผู้สูงอายุให้ปฏิบัติตาม หรือออกแบบให้มีความสะดวกต่อการพกาหรือให้มีความสอดคล้องกับกิจวัตรประจำวันมากขึ้น

แหล่งที่มา โดย Angela Chen วันที่ 10 ม.ค. 2561
Link: https://www.theverge.com/2018/1/10/16863370/health-technology-aging-elderly-fall-prevention- dementia-hearing-aids-ces-2018#comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *