ในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศประสบความสำเร็จในการยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชากร มีผลทำให้อายุเฉลี่ยของประชากรยืนยาวขึ้น อย่างไรก็ตามปัญหาที่จะตามมาคือ ความไม่สมดุลของสัดส่วนประชากรในช่วงอายุต่างๆ องค์การสหประชาชาติ ได้ประเมินการไว้ว่าในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) ผู้สูงอายุที่มีอายุสูงกว่า 80 ปีขึ้นไปจะมีจำนวนมากกว่าปัจจุบัน 3 เท่า หรือ 434 ล้านคน

สิ่งที่ผู้สูงอายุต้องเผชิญแตกต่างไปในแต่ละประเทศ สิ่งที่จะมาช่วยบรรเทาปัญหาของผู้สูงอายุสามารถทำได้ด้วยการเปิดให้เข้าถึงการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ การสนับสนุนให้ผู้สูงวัยพึ่งพาตนเอง การให้การวางแผนเพื่อความมั่นคงทางการเงิน และการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมกับสังคม ดังนั้น นอกจากจะให้ความสำคัญไปที่การปรับตัวของปัจเจกบุคคลแล้ว การเตรียมความพร้อมทางระบบสังคมจึงมีความจำเป็นอย่างมากเช่นกัน

งานวิจัยฉบับหนึ่งได้ศึกษาและพัฒนาเกณฑ์การวัดลักษณะของสังคมที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการรับมือ กับสังคมผู้สูงอายุ โดยมีตัวชี้วัด 5 ตัว คือ 1) คุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้สูงอายุที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่น 2) ความเท่าเทียมทางสังคมต่างๆ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร ความเสี่ยงจากความยากจน โอกาสทางการศึกษา ฯลฯ 3) การสนับสนุนจากสังคมและคนรุ่นอื่นๆ 4) การมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานและโครงการต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุ และ 5) ความมั่นคงทางการเงิน ความรู้สึกมั่นคง และความสามารถในการดูแลตนเอง

ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า ประเทศที่มีนโยบายพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ 1) นอร์เวย์ 2) สวีเดน 3) สหรัฐอเมริกา 4) เนเธอร์แลนด์ และ 5) ญี่ปุ่น แม้ว่าประเทศเหล่านี้จะถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ เพราะตัวชี้วัดต่างๆ ออกมาดีในภาพรวม แต่เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดของตัวชี้วัดแต่ละตัวแล้ว แต่ละประเทศยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงและพัฒนา เช่น อายุเฉลี่ยของ ประชากรในประเทศสหรัฐอเมริกา แม้ว่า สหรัฐอเมริกาจะอยู่ในอันดับที่ 3 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศ ญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในอันดับที่ 5 แล้ว ประชากรชาวอเมริกันยังมีมีอายุเฉลี่ยต่ำกว่าประชากรของญี่ปุ่นมาก (จากสถิติปี พ.ศ. 2559 ชาวอเมริกันมีอายุเฉลี่ย 79.3 ปี ชาวญี่ปุ่นมีอายุเฉลี่ย 83.7 ปี)

การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายๆ ประเทศจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น นอกจากการเตรียมตัวทางนโยบายและทางสังคมแล้ว การนำเอาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาช่วยจึงเป็นอีกทางออกหนึ่ง รายงานข่าววิทยาศาสตร์จากวอชิงตัน ฉบับนี้ได้รวบรวมเอาข้อมูล เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่น่าสนใจที่จะสามารถบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *