ในอดีต ความอายุยืนของประชาชนชาวญี่ปุ่น เป็นความโดดเด่นที่แสดงถึงวัฒนธรรมด้านอาหาร และความเป็นอยู่ในสังคมที่ดี แต่ในปัจจุบันความ – อายุยืนของชาวญี่ปุ่นนั้นเริ่มสะท้อนภาพให้ทั่วโลก เตรียมตัวรับมือกับสังคมผู้สูงวัย ญี่ปุ่นเริ่มก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 (ประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี เกิน 7% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ) และกลายเป็น สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) เมื่อปี พ.ศ. 2537 (ประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี เกิน 14% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ) จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2560 ประชากรชาวญี่ปุ่นที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มีจำนวนถึง 37.7 % ของจำนวนประชากร ทั้งประเทศ หรือประมาณ 35.14 ล้านคน ซึ่งเป็น สถิติที่สูงสุดจากอดีตที่ผ่านมา ในขณะที่จำนวน ประชากรที่เกิดใหม่กลับมาจำนวนลดลง จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นกลายเป็นปัญหาที่รัฐ ต้องเผชิญหน้ากับการดูแลด้านสวัสดิการและให้ ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์ เผชิญกับภาวะ ขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในด้านการดูแลผู้สูงวัย มากที่สุดในโลก รัฐบาลประเมินว่าหากสถานการณ์ ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ภายในปี พ.ศ. 2568 ประเทศจะขาดแคลนตำแหน่งผู้ดูแลคนสูงวัยถึง 370,000 คน เป็นเหตุให้รัฐบาลพยายามผลักดันให้มีการใช้ หุ่นยนต์เข้ามาแทนที่โดยตั้งเป้าว่าจะให้ผู้สูงวัยกว่า ร้อยละ 80 ของประเทศ มีหุ่นยนต์ช่วยดูแล โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บ้านตัวเอง ไม่ใช่สถานดูแลผู้สูงวัย

ถึงแม้ว่า ญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำในการพัฒนา เทคโนโลยีหุ่นยนต์ และปัจจุบันมีการใช้งานหุ่นยนต์ อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมไปจนถึงธุรกิจร้าน อาหาร แต่ทั้งนี้ สังคมอนุรักษ์นิยมของญี่ปุ่น ยังไม่เห็นด้วยกับการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในการดูแลผู้สูงวัย เนื่องจากทัศนคติการดูแลผู้สูงวัยต้องใช้ ทักษะและความละเอียดอ่อน ซึ่งหุ่นยนต์ยังไม่ สามารถทำได้เหมือนกับคน ทำให้ในปัจจุบันมี สถานดูแลผู้สูงวัยเพียง 8% ที่นำหุ่นยนต์มาใช้ใน การบริการอุ้มผู้สูงวัยจากเตียงเพื่อนั่งรถเข็น หรือช่วยอุ้มลงอ่างอาบน้ำซึ่งมีความสะดวกและ ปลอดภัยมากกว่าคน

สถาบันวิจัย National Institute of Advanced Industrial Science and Technology ของญี่ปุ่น ร่วมกับภาคเอกชนพัฒนาศักยภาพหุ่นยนต์ที่ สามารถรับรู้ได้ว่าผู้สูงวัยต้องการเข้าห้องน้ำ และปัจจุบันมีการทดสอบใช้หุ่นยนต์ที่มีระบบ คล้ายกับจักรยานไฟฟ้า แต่มีระบบอัตโนมัติที่ทรง ประสิทธิภาพกว่า เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยเดินตามท้อง ถนนได้ มีตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับเมื่อเดินขึ้นหรือลงเนิน โดยช่วยผ่อนแรงและช่วยเบรกเพื่อป้องกัน การหกล้ม ถึงแม้ว่าราคาหุ่นยนต์จะยังค่อนข้างสูง แต่หากเปรียบเทียบการใช้งานในระยะยาว การส่งเสริมหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงวัยไม่เพียงเป็นการแก้ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ยังช่วยลงต้นทุนใน การดูแลผู้สูงวัย มีการทำงานที่เที่ยงตรงและมี ประสิทธิภาพกว่าคน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ผู้สูงวัย สามารถเคลื่อนไหวภายในบ้านและพึ่งพาตนเองได้ สะดวกมากยิ่งขึ้น

 

ที่มา:

  • Mizuho Aoki วันที่ 18 ก.ย. 2560
    Link: https://www.japantimes.co.jp/news/2017/09/18/national/number-people-aged-90-older-tops-2-million-first-time-japan/#.WxGhztQrK9J
  • Daniel Hurst วันที่ 5 ก.พ. 2561
    Link: https://www.theguardian.com/world/2018/feb/06/japan-robots-will-care-for-80-of-elderly-by-2020

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *