เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตเพื่อพัฒนาหรือสร้างให้เกิด ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เครื่องดื่ม รวมถึงการนำมาใช้แก้ปัญหา ระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมผู้สูงวัย ความมั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม การเกษตรกรรม และทางการแพทย์ เรียกได้ว่ามีการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้านเลยทีเดียว เพื่อให้ชีวิตของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ดีขึ้น

วิทยาศาสตร์มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดเทคโนโลยีด้านชีวภาพที่น่าตื่นเต้นมากมาย อาทิ การแก้ไขจีโนมของสิ่งมีชีวิต ในจุลินทรีย์ พืช และสัตว์ เพื่อการผลิตสารเคมีชีวภาพ เพิ่มการผลิตอาหาร และ รักษาคุณค่าทางโภชนาการที่ดีขึ้น หรือการผลิตอวัยวะเพื่อการปลูกถ่าย Metabolic engineering และชีววิทยา สังเคราะห์ (Synthetic biology) ที่กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งนำไปสู่การผลิตสารเคมี เชื้อเพลิง และวัสดุจากชีวมวล เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล รวมทั้ง พัฒนาการที่น่าทึ่งในด้านการดูแลสุขภาพ และภาคทางการแพทย์ การผลิตยาจากสารประกอบธรรมชาติใหม่จากแหล่งชีวภาพ การบำบัดด้วยเซลล์ต้น – กำเนิด เทคโนโลยีชีวภาพด้าน ICT เพื่อนำมาช่วยแก้ปัญหาความท้าทายด้านสุขภาพที่เกิดจากประชากรสูงอายุ เป็นต้น

องค์การนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology Innovation Organization – BIO) เป็นอีกหนึ่ง หน่วยงานของสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญทางเทคโนโลยีชีวภาพ โดยในแต่ละปีจะมีการจัดการประชุมเวทีระหว่าง ประเทศที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยี และความหลากหลายทางชีวภาพ 2 ครั้งในสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุน การแลกเปลี่ยนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพ เกษตรชีวภาพ อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี ชีวภาพ ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นสถานศึกษา ภาคเอกชน และองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางด้านเทคโนโลยี ชีวภาพในประเทศหรัฐฯ และอีกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยมีรายละเอียดการประชุมใหญ่และนิทรรศการดังนี้

1. BIO International Convention

ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 25 ณ นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ระหว่างวันที่ 4 – 7 มิถุนายน 2561 มีสมาชิกทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษาเข้าร่วม กว่า 18,289 ราย ร่วมกับรัฐต่างๆของสหรัฐฯ และอีก 67 ประเทศ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในรอบ 10 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitors) จำนวนมากกว่า 1,800 ราย ส่วนใหญ่เป็นองค์กรขนาดใหญ่จากภาครัฐและเอกชนร่วมกัน เช่น อาร์เจนตินา บราซิล เม็กซิโก ออสเตรเลีย อิตาลี เยอรมนี สเปน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ตุรกี และจากเอเชียได้แก่ สป.จีน (ทั้งจีน ไต้หวัน และฮ่องกง) ญี่ปุ่น และไทย ที่นำโดย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยา- ศาสตร์ (TCELS) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลง ทุน (BOI) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และมหาวิทยาลัยต่างๆ และภาคเอกชน นอกจากนี้ ยังมีรัฐบาลระดับรัฐของสหรัฐฯ ที่นำผู้ประกอบการและ มหาวิทยาลัยมาร่วมงาน ได้แก่ เท็กซัส แมรี่แลนด์ นิวแฮมป์เชียร์ เพนซิลเวเนีย นิวยอร์ก เป็นต้น

  • Department of Defense Medical Innovation & Biodefense Forum ซึ่งมีผู้ร่วมอภิปรายจาก หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ เช่น U.S. Army Medical Research and Material Command (USAMRMC), Defense Health Agency (DHA) และ Defense Threat Reduction Agency (DTRA) เป็นต้น โดยกล่าวถึง การให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านยาและวัคซีน ต่างๆ ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และการเข้าร่วมเป็น Partner ของภาคเอกชน รวมถึง การป้องกันภัย คุกคามทั่วไป เช่น การติดเชื้อเฉพาะถิ่น และการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานในหน้าที่
  • BOI Seminar: Life Innovation: Business Opportunities in Research & Innovation in Thailand โดยมีนายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), ดร.นเรศ ดำรงชัย ผอ.TCELS และ Ms. Renate Schirrow, Senior Vice President of Operations, ACLIRES International Ltd. ได้กล่าวถึงจุดเด่นของไทยในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทางด้านชีววิทยาศาสตร์ ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากความหลากหลายทางด้านชีวภาพ ค่าใช้จ่ายในการวิจัยพัฒนาและดำเนินการ ไม่สูง ศักยภาพในการผลิต ความพร้อมของบุคลากร และผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยให้การสนับสนุน การลงทุนและการดำเนินงานของต่างชาติในเขต EEC และในเขตพื้นที่อื่นๆ
  • The BIO/TEConomy Biosciences Jobs Report & Governors Panel มีผู้ว่าการรัฐ South Dakota ผู้ว่าการ Puerto Rico และผู้แทนจากบริษัท Teconomy Partners, LLC และผู้แทนจาก BIO ร่วมอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยกล่าวถึง อุตสาหกรรมทางด้านชีวภาพของสหรัฐฯ ว่าเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง งานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมทางด้านชีวภาพนี้นับรวมตั้งแต่วัตถุดิบทาง ชีวภาพ กระบวนการผลิต จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค ในปี พ.ศ. 2559 มีการดำเนินการ ธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพโดยประมาณ 86,000 บริษัท มีตำแหน่งงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพมากกว่า 1.74 ล้านตำแหน่งใน 38 รัฐและเปอร์โตริโก โดย 5 รัฐแรกที่มีจำนวนตำแหน่งงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพมากที่สุด คือ รัฐแคลิฟลอเนีย รัฐนอร์ทแคโรไลนา รัฐเท็กซัส รัฐจอร์เจีย รัฐเพนซิลเวเนีย ทั้งนี้ รัฐนอร์ท แคโรไลนา เป็นรัฐขนาดกลาง ที่มีความโดดเด่นในด้านการพัฒนาวิจัย ด้าน วทน. โดยเฉพาะการเป็นที่ตั้งของ Research Triangle Park นอกจากนี้ ผู้อภิปรายได้กล่าวถึงความพร้อมของแต่ละรัฐ ทั้งเรื่องของสภาพแวดล้อม ความร่วมมือ กับมหาวิทยาลัย ในพื้นที่ เงินทุนสนับสนุนงานวิจัยของรัฐบาล อัตราดอกเบี้ยการกู้ยืม/ภาษีต่ำสำหรับงานทางด้าน R&D
  • Food, Health, and Environmental Future Day: Biotechnology Drives Sustainability ได้มีการอภิปรายถึงกระบวนการกำหนดมาตรฐานของ USDA สำหรับ National Bioengineered Food Disclosure Standard และการขอให้ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมและยอมรับในกระบวนการกำหนดกฎระเบียบ เพื่อให้มั่นใจ ว่าระบบการกำกับดูแลมีความทั่วถึงทั้งอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร โดยรวมตั้งแต่ธุรกิจเริ่มต้น (Startups) ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ นอกจากนี้ มีการอภิปรายเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านอาหาร เพื่อให้ประชาชนยอมรับ การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น การตัดแต่งยีนและพัฒนา สายพันธุ์พืชให้มีความหลากหลายและทนต่อโรคพืช การพัฒนาสายพันธุ์สัตว์เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีและช่วยเพิ่ม ผลผลิต เป็นต้น
  • Global Leadership Forum: Is Biotechnology Innovation Globally Sustainable? Emerging Opportunities in Global Markets โดยมีผู้แทนจาก MaxCyte, Inc., International Federation of Pharmaceutical Manufacturers & Associations (IFPMA) และ ผอ.TCELS ร่วมอภิปราย โดยกล่าวถึง ชีววิทยาศาสตร์ที่จะขึ้นอยู่กับบริษัทขนาดเล็กและ ขนาดกลางในการดึงดูดการลงทุน การมีนโยบายที่ ครอบคลุมเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาษี เพื่อช่วยกระตุ้นการลงทุนในระยะยาวและ ช่วยให้นักลง ทุนมั่นใจได้ว่าจะได้เงินทุนคืนในระยะอันสั้น ระบบ การศึกษาและบุคลากรที่มีทักษะและรูปแบบธุรกิจ ที่เหมาะสมกับความต้องการหน่วยงานด้านสุขภาพ ทั่วโลก

สำหรับในส่วนของนิทรรศการแบ่งย่อยเป็นกิจจกรรม 2 ส่วน ได้แก่ (1) การจับคู่เจรจาการค้าของ หน่วยงาน ผู้ประกอบการ และบุคคลชั้นนำ เพื่อขยายเครือข่ายและการเสนอสินค้าบริการ (2) การจัดแสดง นิทรรศการจากภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษาจากนานาประเทศ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรม เทคโนโลยีชีวภาพทางด้านยา ระบบการดูแลสุขภาพ อาหารและการเกษตร พลังงานชีวภาพ อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม การให้บริการให้คำปรึกษาสำหรับธุรกิจใหม่ การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา โดยบู๊ตของไทยสำหรับในปีนี้ TCELS ร่วมกับ BOI จัดแสดงนิทรรศการในหัวข้อหลักว่า “THAILAND Innovation Hub of ASEAN” และได้เข้าร่วมจับคู่เจรจาธุรกิจสร้างความร่วมมือร่วมกับนักธุรกิจ นักลงทุนมากกว่า 100 คู่ โดยส่วนจัดแสดงนิทรรศการของไทย ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก

 

2. BIO World Congress on Industrial Biotechnology

ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ระหว่างวันที่ 16 – 19 กรกฎาคม 2561 มีการประชุมใหญ่และการแสดงนิทรรศการจากภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษาเช่นเดียวกัน ถือได้ว่า เป็นอีกเวทีสำหรับนักธุรกิจ นักวิชาการ นักวิจัย ภาครัฐ และผู้นำอุตสาหกรรมเข้าร่วมเพื่อแบ่งปัน ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพในหลากหลายหัวข้อ เช่น สารชีวภาพที่นำมาใช้ทนแทนสารเคมี ชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic biology) เอนไซม์ ส่วนประกอบอาหาร เชื้อเพลิงชีวภาพ เทคโนโลยีการผลิต สาหร่าย เป็นต้น จากปี พ.ศ. 2560 มีผู้นำด้านอุตสาหกรรมฐานชีวภาพจากทั่วโลกมากกว่า 500 บริษัทเข้าร่วม และมีการจับคู่ธุรกิจมากกว่า 2,130 คู่ ปัจจุบันทั่วโลกตระหนักและต้องการเทคโนโลยีสีเขียวเพิ่มมากขึ้น เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งคาดว่าตลาดเทคโนโลยีชีวภาพในอุตสาหกรรมทั่วโลกนั้นจะมี มูลค่าสูงถึง 487.08 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี พ.ศ. 2567

 

สำหรับงาน BIO World Congress on Industrial Biotechnology มีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพไทย และบริษัท Startup ของไทยเข้าร่วม นอกจากนี้ คณะผู้แทนฯ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่ดำเนินการสนับสนุน Startup ในเขตเมืองฟิลาเดลเฟีย ได้แก่

  • City of Philadelphia, Department of Commerce เป็นองค์กรรัฐที่มีเป้าหมายสนับสนุน ให้เกิดชุมชนบริษัท Startup ในเขตเมืองฟิลาเดลเฟีย โดยมีนาย Samuel Kuang-Hsien Chueh, International Business Director และนาย Francisco Garcia, Business Development Director ร่วมหารือกับผู้แทน จากประเทศไทย โดยกล่าวถึงจุดเด่นของเมืองฟิลาเดลเฟียที่ดึงดูดการลงทุนธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง ที่ตั้งของเมือง สถาบันการศึกษา รวมทั้งองค์กรช่วยผู้ประกอบการในการจัดหากองทุน การเข้าถึงเทคโนโลยี และให้การอบรมด้าน การประกอบธุรกิจ
  • Pennovation เป็นองค์กรภายใต้การดูแล ของ University of Pennsylvania มีนาย Paul Sehnert, Director of Development Management เป็นผู้นำ คณะผู้แทนฯ เดินเยี่ยมชมสถานที่ พร้อมทั้งอธิบาย เกี่ยวกับการให้บริการของ Pennovation ว่าเป็น Co-Working Space ที่เปิดให้ผู้ประกอบการบริษัท Startup มาเช่าพื้นที่เพื่อใช้เป็นสำนักงาน ห้องประชุม ห้องปฏิบัติการทดลอง ฯลฯ เพื่อเชื่อมโยงการริเริ่ม ทางปัญญาและผู้ประกอบการ โดยมีสถานที่ให้ บริการที่อยู่ติดกับวิทยาเขตของ University Pennsylvania ซึ่งมีความพร้อมทั้งนักวิจัย ผู้ประกอบการ และคู่ค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่สามารถให้คำ ปรึกษาสำหรับผู้ที่ต้องการริเริ่มธุรกิจ และผลักดัน ความคิดสร้างสรรค์ไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ
  • The Science Center เป็นองค์กรไม่ แสวงหาผลกำไรที่มีเป้าหมายในการสนับสนุนช่วยให้ นักประดิษฐ์และผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีใหม่ออกสู่ตลาดการค้าได้ โดยองค์กรจะให้การช่วยเหลือในทุก ขั้นตอน รวมถึง และการเข้าถึงทรัพยากร การเขียน โมเดลธุรกิจ จัดหาแหล่งเงินทุน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี หลายโครงการที่ช่วยผลักดันแนวคิด นวัตกรรม รวมถึง การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือเพื่อสร้าง แรงบันดาลใจในธุรกิจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *