Space Symposium เป็นการประชุมด้านอวกาศที่จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 34 และมีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 14,000 คน โดยในทุกปี ผู้นำของ องค์กรด้านอวกาศจากทั่วโลกจะมาร่วมพบปะหารือกันเกี่ยวกับแผนการพัฒนา เทคโนโลยีในอนาคต การประชุม Space Symposium ถือเป็นการประชุมที่นำไปสู่ การวางแผนเชิงนโยบายของสหรัฐอเมริกา และเป็นการประชุมที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างเครือข่ายของผู้นำหน่วยงานด้านอวกาศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ผู้จัดงานพร้อมทั้งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เชิญผู้แทนจากเอเซียแปซิฟิก 4 ประเทศประกอบด้วยญี่ปุ่น เกาหลี ไทย และเวียดนาม เข้าร่วมด้วย

กิจกรรมหนึ่งของงานประชุมคือการมอบรางวัล ต่างๆ ให้แก่บุคคลและองค์กรที่ทำคุณประโยชน์อย่าง ยิ่งให้แก่อุตสาหกรรมอวกาศ ดังต่อไปนี้

  1. รางวัล Alan Shepard Technology in Education Award รางวัลที่ให้แก่บุคคลที่พัฒนาและประยุกต์ เทคโนโลยีการเรียนการสอนด้านอวกาศในห้องเรียนอย่างยอดเยี่ยม
  2. รางวัล Douglas S. Morrow Public Outreach Award รางวัลที่ มอบให้แก่บุคคลที่ทำคุณประโยชน์ อย่างมหาศาลในการสร้างความเข้าใจให้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับ โครงการด้านอวกาศ
  3. รางวัล John L. Swigert Jr. Award for Space Exploration รางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานหรือบริษัทที่ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสำรวจและการค้นพบด้านอวกาศ
  4. รางวัล Space Achievement Award รางวัลให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ อย่างยิ่งให้แก่ความก้าวหน้าในการสำรวจและพัฒนาด้านอวกาศ

Tech Track
กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมนำผลงาน ของตนเองขึ้นมานำเสนอผ่านการบรรยายระยะเวลา 20 นาที โดยผลงานที่จะนำมานำเสนอสามารถมาได้ จากหลากหลายหัวข้อที่เกี่ยวกับการท่องอวกาศ เทคโนโลยียานอวกาศ การออกแบบ กระบวนการ กลยุทธ์ และข้อมูลอื่นๆ กิจกรรมนี้นอกจากจะเป็น ที่สนใจสำหรับภาคการตลาดแล้ว ยังสามารถดึงดูดผู้ เชี่ยวชาญและบริษัทรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับ ความท้าทายและการแก้ไขปัญหาล่าสุดในวงการเทคโนโลยีอวกาศ

New Generation Space Leaders
เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสใหผู้เชี่ยวชาญและผู้นำ ด้านเทคโนโลยีอวกาศรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 35ปีได้เป็น ที่รู้จักผู้นำรุ่นอาวุโสและได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาทางอาชีพในวงการเทคโนโลยีอวกาศ กิจกรรม ในส่วนนี้ประกอบด้วยการบรรยาย การอบรมเชิง ปฏิบัติการ การจัดให้มีการพบปะหารือกัน และงาน เลี้ยงเพื่อสร้างและขยายเครือข่าย

Cyber 1.8 Classified
กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทั้งเทคโนโลยี อวกาศและไซเบอร์ โดยเปิดโอกาสให้ทั้งหน่วยงาน ภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐบาลได้พบปะหารือกัน การประชุมนี้จะเกี่ยวข้องกับความลับขั้นสูงของ ประเทศ ดังนั้นผู้ที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้จะ ต้องมีสัญชาติอเมริกันและผ่าน Security Clearance แล้ว

Educators and Students
Space Foundation มีความตั้งใจในการสร้างผู้นำ ด้านเทคโนโลยีอวกาศรุ่นใหม่ร่วมถึงคุณภาพของ การศึกษาผ่านการสอน กิจกรรมสำหรับนักเรียน และกิจกรรมสำหรับชุมชนที่ใช้เทคโนโลยีอวกาศ เพื่อทำให้เยาวชนมีความสนใจและได้พัฒนาทักษะ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และ คณิตศาตร์ (STEM)

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมในงานประกอบด้วย

  1. ผู้แทนจากภาครัฐทั้งจากสหรัฐฯ และต่างประเทศ
  2. ผู้แทนจากองค์การไม่แสวงผลกำไรที่มีหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาด้านอวกาศ
  3. ผู้แทนจากบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ Infrastructure เช่น บริษัทที่สร้างจรวด ดาวเทียมและอุปกรณ์ต่างๆ
  4. ผู้แทนจากบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ Facilitator เช่น บริษัทที่เป็นคนกลางเพื่อจับผู้ผลิตและผู้บริโภคเข้าด้วยกัน
  5. ผู้แทนจากบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ Software เช่นบริษัท ที่ให้การสนับสนุนด้าน Software คอมพิวเตอร์ใน การสนับสนุน ติดตามและบำรุงจรวดและดาวเทียม

บทบาทของคณะผู้แทนฝ่ายไทย

กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ได้จัดให้ คณะผู้แทนฝ่ายไทยได้เข้าพบหารือกับ ผู้แทนภาครัฐบาลและบริษัทเอกชนสหรัฐฯ จำนวนมาก ที่สำคัญ ได้แก่

  1. บริษัท Planet ที่ให้บริการด้านภาพถ่ายดาวเทียม ที่มีความละเอียดสูงมีการบันทึกภาพทุกวันด้วยหมู่ ดาวเทียม (Constellation) ของบริษั
  2. บริษัท DigitalGlobe ที่ให้บริการด้านภาพถ่ายดาว เทียมที่มีความละเอียดสูง โดยบริษัทมีแผนที่จะส่ง หมู่ดาวเทียมขึ้นไปเพื่อถ่ายภาพโดยเสนอให้ประเทศ ไทยมีส่วนในการซื้อดาวเทียมถ่ายภาพดังกล่าว
  3. บริษัท AGI ที่ได้เสนอโปรแกรมเพื่อบริหาร จัดการและติดตามดาวเทียม
  4. บริษัท Analytical Graphics Inc. ที่ได้เสนอ โปรแกรมเพื่อบริหารจัดการและติดตามดาวเทียม

สถานะและนโยบายด้านการอวกาศของประเทศสหรัฐฯ

  1. National Space Council : สหรัฐฯ พยายามจะกลับมาเป็นผู้นำทางด้านอวกาศ โดยได้จัดตั้ง National Space Council ขึ้นอีกครั้งเมื่อปี 2560 หลังจากที่ยุบไปเมื่อปี 2536 เพื่อเป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือกิจกรรม ด้านอวกาศจากทุกหน่วยงาน และส่งเสริมการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องจากบริษัท เอกชนของสหรัฐที่ทำกิจการด้านอวกาศเติบโตและแตกแขนงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ National Space Council ได้รวม รัฐมนตรีจากหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม องค์การ NASA หน่วยราชการลับ CIA และผู้แทนภาคเอกชนชั้นนำกว่า ๓๐ แห่ง เช่น Boeing, Lockheed Martin, Northrop Grumman, ULA, SpaceX, Sierra Nevada, Blue Origin เป็นต้น
  2. Deep Space Exploration : หลังจากที่โครงการกระสวยอวกาศ (Space Shuttle) จบลง รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยกเลิกกิจกรรมนี้ และส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการ ซึ่งเป็นที่เชื่อมั่นว่าการคมนาคมขนส่ง การสื่อสารและการสำรวจระยะไกลในระดับชั้นบรรยากาศระดับสูง และชั้นอวกาศใกล้โลกจะกลายเป็นเรื่องที่ บริษัทเอกชนจำนวนมากทำได้เต็มที่และเข้าสู่การแข่งขันเสรีในระบบตลาด โดยรัฐบาลจะหันมามุ่งเน้นลงทุน ทรัพยากรไปยังการสำรวจอวกาศชั้นไกลโพ้น (Deep Space Exploration) โดยได้จัดสรรงบประมาณเป็นเงิน 20.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้องค์การ NASA ในปีงบประมาณ 2561 (19.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯในปี งป. 2560) โดยมุ่งความสำคัญไปที่การเดินทางสำรวจอวกาศโดยนักบินอวกาศและเพิ่มบทบาทเชิงพาณิชย์ใน Low-earth Orbit (LEO) (งบประมาณ ตามแผน 20 ของ สทอภ. เท่ากับ 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดย NASA ได้ร่วมกับประเทศพันธมิตรเช่น ESA (ยุโรป), Roscosmos (รัสเซีย), JAXA (ญี่ปุ่น) และ CSA (แคนาดา) พัฒนาโครงการ GATEWAY: Lunar Orbital Platform ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างสถานีอวกาศบนวงโคจรดวงจันทร์ เพื่อเป็นก้าวบันไดไปสู่การเดินทางไปยัง ดาวอังคาร โดยมีกำหนดส่งชิ้นส่วนของสถานีอวกาศดังกล่าวชิ้นแรก ในอีก 4 ปีข้างหน้า
  3. Commercial Space Technology : สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทในตลาดยิงจรวดเชิงพาณิชย์ โดยเมื่อปี 2555สหรัฐฯ ไม่มีส่วนแบ่งตลาดโลก แต่ในปี 2560 มีส่วนแบ่งตลาดถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของ รัสเซียลดลงจาก 50 เปอร์เซ็นต์เหลือเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เนื่องจากการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ ที่ดำเนินกิจกรรมในตลาดด้านอวกาศ โดย SpaceX เป็นบริษัทเอกชนที่ได้รับการจับตา มองมากที่สุดเนื่องจากได้ประสบความสำเร็จในการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ได้เกือบทั้งหมดทำให้ต้นทุนในการยิง จรวดลดลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกทั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา SpaceX ได้ประสบความสำเร็จในการยิงจรวดที่รับ น้ำหนักได้มากที่สุด (Falcon Heavy) ตั้งแต่การยิงจรวด SATURN 5 โดยจรวดทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ บริษัทเอกชนอื่นๆ รวมทั้งองค์การ NASA จึงเห็นความสำคัญของการนำจรวดกลับมาใช้ได้ใหม่และกำลังพัฒนา เทคโนโลยีดังกล่าว
  4. Space Law : สหรัฐฯ ได้จัดทำข้อเสนอเพื่อลดกฎหมายและระเบียบที่ไม่จำเป็นเกี่ยวกับการยิงจรวดเชิง พาณิชย์เพื่อให้บริษัทเอกชนมีความคล่องตัวมากขึ้น และมีนโยบายสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งภายใน และนานาประเทศเพื่อลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงความเสียหายจากขยะอวกาศในวงโคจร ซึ่งมีเอกชนหลาย บริษัทกำลังพยายามพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อจัดการกับขยะอวกาศนี้
  5. Non-Profit Organization for Space กลไกสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ของสหรัฐฯ คือองค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งมีหลายลักษณะ และมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมภาครัฐบาลและ เอกชนเข้าด้วยกัน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากสองทาง อีกทั้งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาและสร้าง กระแสสังคมผ่านการจัดกิจกรรมและรางวัลต่างๆ ดังเช่น การประชุมในครั้งนี้ ผู้จัดหลักคือ มูลนิธิอวกาศ (Space Foundation) ซึ่งได้เงินทุนจากการบริจาคจากบุคคล องค์การและบริษัท ค่าธรรมเนียมสมาชิกและค่าธรรมเนียม จากการจัดงาน รวมถึงจากการขายสินค้าและค่าธรรมเนียมในการให้บริการ นอกเหนือจาก Space Foundation แล้วก็ยังมีหน่วยงานไม่แสวงผลกำไรอื่นๆเป็นจำนวนมากที่มีส่วนร่วมสำคัญในอุตสาหกรรมด้านอวกาศของสหรัฐฯ

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *