ภาพยนตร์ชุดจูราสสิก พาร์ค ซึ่งเป็น ภาพยนตร์ SCI FI ยอดนิยมที่สร้างต่อเนื่องกันถึง 5 ภาค ประกอบด้วย Jurassic Park ที่ออกฉายปี 2536 The Lost World ปี 2540 Jurassic Park III ปี 2544 และ Jurassic World ที่เพิ่งฉายล่าสุดเมื่อปี 2558 และกำลังจะตามมาด้วยภาคใหม่ล่าสุด Jurassic World : Fallen Kingdom หรือ ภาค 5 ทีกำลังจะฉายในเดือนมิถุนายน ปีนี้ ภาพยนตร์ชุด จูราสสิค พาร์คนี้ สร้างจากนวนิยายแนวแฟนตาซีวิทยาศาสตร์และระทึกขวัญที่ ประพันธ์โดยไมเคิล ไครซ์ตัน (Michael Crichton) เมื่อปี ในปี 2534 และได้ผู้กำกับเลื่องชื่ออย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก มาเบิกโรงกำกับทำให้นวนิยายกลายเป็นจริงบนแผ่นจอ และสามารถสร้างได้อย่างต่อเนื่องและเป็นที่นิยมจากนักชมภาพยนตร์

ในภาคหนึ่งเรื่องเริ่มจาก จอห์น แฮมมอนด์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทชีววิศวกรรมชื่อ อินเจน (InGen) ได้สร้างธีมพาร์คชื่อจูราสสิค พาร์คไว้ บนเกาะเมฆ (Isla Nublar หรือ Cloud Island) ที่มโนว่ามีอยู่จริงนอกชายฝั่งประเทศคอสตาริกาในทะเลแคริบเบียน และใช้เป็นฉากหลักตลอดมาทุกภาค Isla Nublar ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อประสงค์ให้เป็นธีมพาร์คที่เต็มไปด้วย ไดโนเสาร์ที่ถูกเพาะขึ้นจากดีเอ็นที่พบในเลือดยุงที่ดูดเลือดจากไดโนเสาร์ที่ถูกเคลือบไว้ในก้อนอำพัน ซึ่งเป็นยางสนที่กลายเป็นฟอสซิลเก็บสารพันธุกรรมสัตว์โลกล้านปีไว้ ไดโนเสาร์พันธุ์ที่นำมาเพาะด้วยวิธีการทางชีววิทยาศาสตร์ และมีการนำ DNA บางส่วนของกบมาเพิ่มเติมส่วนที่ขลาดแคลนจนสามารถผลิตได้โนเสาร์ ออกมาได้หลากหลายพันธุ์เช่น Tyrannosaurus ประเภทกินเนื้อที่ตัวใหญ่ ประเทประเภทกินเนื้อที่ตัวใหญ่ที่สุด Brachiosaurus ประเภทกินพืชที่ใหญ่ที่สุด Velociraptor ที่ฉลาดที่สุดไปจนถึงเจ้าสามเขาอย่าง Triceratop โดยไดโนเสาร์ทั้งหมดนั้นเป็นตัวเมียเพื่อป้องกันการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ และอาจจะเพื่อป้องกันการสู้รบฆ่าฟันกันรุนแรงตามประสาสัตว์ตัวผู้ด้วย

ที่สุด Brachiosaurus ประเภทกินพืชที่ใหญ่ที่สุด Velociraptor ที่ฉลาดที่สุด ไปจนถึงเจ้าสามเขาอย่าง Triceratop โดยไดโนเสาร์ทั้งหมดนั้นเป็นตัวเมียเพื่อป้องกันการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ และอาจจะเพื่อป้องกันการสู้รบฆ่าฟันกันรุนแรงตามประสาสัตว์ตัวผู้ด้วย

แต่หลังจากเกิดเหตุคนงานพาร์คคนหนึ่งถูกเจ้า raptor ฆ่า ผู้ลงทุนจึงเรียกร้องผ่านทนาย โดนัลด์ เกนนาโร ให้มีการนำผู้เชี่ยวชาญมาดูพาร์คเพื่อรับรองว่ามันปลอดภัย แน่นอนว่าเมื่อทุกคนไป ถึงเกาะแล้ว พวกเขาจึงได้พบว่าปาร์คสุดอัศจรรย์นี้ ก็คือสวนสัตว์โลกล้านปีที่เพาะพันธุ์ไดโนเสาร์ให้หวนกลับคืนมาได้อีกครั้งนั่นเอง แต่หลังจากที่ทุกคนตกตะลึงได้ไม่นานนัก ทั้งอลัน แอลเลน และเอียน ต่างก็รู้สึกตรงกันว่าการที่อินเจนท์ได้สร้างไดโนเสาร์ ขึ้นมานี้ ถือว่าเป็นความสุ่มเสี่ยงที่อันตรายยิ่งนัก เพราะการที่มนุษย์คิดเล่นบทเป็น “ผู้สร้าง” ที่หมายควบคุมพลังอำนาจแห่งธรรมชาติเช่นนี้ย่อมอาจนำ ไปสู่หายนะที่ไม่อาจจะควบคุมได้อย่างแน่นอน และในที่สุดแล้วเมื่อ “เดนนิส เนิร์สลี่ย์” ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ของปาร์คแอบทำการ ยกเลิกระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดออกเพื่อแอบเอาตัวอ่อนของไดโนเสาร์หนีไปขายให้กับบริษัทคู่แข่ง กอปรกับ มีเหตุพายุทอร์นาโดเข้าถล่มชายฝั่งคอสตาริก้าด้วยแล้ว พวกเขาจึงได้พบกับหายนะที่แท้จริงและกลายเป็นการผจญภัยสุดระทึกขวัญ

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็เหมือนหนังสัตว์โลกล้านปี หลายๆ เรื่องที่จำแนกความดีชั่วของไดโนเสาร์ไว้ด้วย สายพันธุ์ของมัน พวกประเภทกินเนื้อ (carnosaur) ไม่ว่าจะเป็น Tyrex หรือ Raptor ถูกวางบทบาทให้เป็น ตัวโหด น่ากลัวที่พร้อมจะสังหารมนุษย์เพราะก็คือ อาหารประเภทโปรตีนสำหรับพวกมัน ส่วนชนิดที่เป็น พวกกินพืช (sauropod) ซึ่งสามารถสกัดโปรตีนจาก พืชเพื่อการเจริญเติบโตได้ เช่นพวกเจ้าคอยาว อย่าง Brachiosaurus เจ้าหลังหนาม Stegosaurus กลับดูเป็นมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าสามเขา Triceratops ไดโนเสาร์เพื่อนยากของเด็กๆ ในภาพยนตร์นั้น ได้แสดงให้เห็นธรรมชาติของ ไดโนเสาร์แต่ละสายพันธุ์เป็นอย่างดี

เมื่อกรุแตก ตอนที่รถจี๊ปพาทัวร์ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้า ดับขณะที่กำลังขับผ่านกรงของไทแรนโนซอรัสเร็กซ์ รั้วไฟฟ้าเกือบทั้งพาร์คไม่ทำงาน ส่งผลให้ ไทแรนโนซอรัส สามารถพังรั้วออกมาโจมตีพวกเขาและเริ่มการล่าเหยื่อตามธรรมชาติของไดโนเสาร์กินเนื้อ ฉากของการฆ่าล่าสังหารของทีแรกซ์ ไดโนเสาร์ที่ กินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในภาคต่างๆ จะดูดุดัน และมีพลกำลัง ผสมกับฉากของการล่าแบบแรปเตอร์ ที่แอบซุ่ม ใช้สติปัญญา ชิงไหวชิงพริบ ตามประสา ไดโนเสาร์ที่ผลการวิจัยบอกว่า ฉลาดที่สุด และจุดน่า สนใจของเรื่องที่สำคัญ คือ ตอนที่พวกเขาได้พบ เปลือกไข่ และสันนิษฐานได้ทันทีว่าไดโนเสาร์กำลัง ขยายพันธุ์ ทั้งๆ ที่ กติกาในการเพาะไดโนเสาร์ ที่เกาะแห่งนี้ มีแต่เพศเมียเท่านั้น ทั้งนี้ จึงมีการโยง ไปยังกบที่มีการนำ DNA ผสมเข้าไปให้ตอนเพาะ เพราะกบบางชนิดเช่น West African Bullfrog สามารถ เปลื่ยนเพศในภาวะที่เพศตรงข้ามขาดแคลน ทำให้ ไดโนเสาร์ที่มียีนส์ของพวกมันมีความสามารถนั้นเช่นกัน สิ่งที่เรื่องจูราสสิคพาร์คได้สอดแทรกค่านิยม ลับๆ ให้กับสังคม ก็คือการสอดแทรกบทบาทของ สตรีว่ามีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากให้เห็นบทสรุปว่า ในที่สุดแล้ว หากธรรมชาติกำหนดให้สิ่งมีชีวิตมีได้ เพศเดี่ยว เพศไหน จะเป็นตัวถ่ายทอดพันธุกรรม และสืบลูกสืบหลาน ซึ่งจูราสสิคพาร์ค ได้ให้คำตอบ ว่า เพศเมีย หรือ เพศแม่ คือเพศที่สามารถทำหน้าที่ นั้นได้ โดยไม่ต้องอาศัยเพศผู้ ในขณะเดียวกันยังได้ สอดแทรกความกล้าหาญของเด็กหญิง Alexis Murphy หรือ Lex ที่สู้กับ Velociraptor เพศเมีย เพิ่อปกป้องน้องชายของเขาจากการถูกสังหาร หรือประโยคเด็ดประจำเรื่อง “God created dinosaurs. God destroyed dinosaurs. God created Man. Man destroyed God. Man created dinosaurs. Dinosaurs eat man…Woman inherits the earth.” และคงด้วยเหตุนี้ ที่ทำให้ประชาคมโลกปัจจุบัน พยายามส่งเสริมบทบาทของสตรี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในมิติด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นวงการที่มีสัดส่วน ของผู้หญิงอยู่น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ชาย จะมากกว่า ก็คงมีแค่วงการทหาร ทั้งนี้ จากผลการ ศึกษาใน 14 ประเทศ พบว่านักศึกษาหญิงที่เรียน ในด้านวิทยาศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรี โท และ เอก ในด้านที่เกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์มีเพียงร้อยละ 18 ร้อยละ 8 และ ร้อยละ 2 ตามลำดับ จนในที่สุด สหประชาชาติ ถึงขนาดต้อง มีมติที่ 212 ในสมัยประชุมสมัชชาใหญ่ที่ 70 (resolution A/RES/70/212) เมื่อปี 2558 ประกาศให้วันที่ 11 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น the International Day of Women and Girls in Science เพื่อกระตุ้น และส่งเสริม ให้เด็กหญิงและสตรีเข้าไปมี ส่วนในวงการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และนวัตกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศกำลัง พัฒนา ที่ยังคงมีความเชื่อ และวัฒนธรรม ที่มีการ แบ่งแยกบทบาทชายหญิงชัดเจน

พอมาถึงจุดนี้ ก็อดไม่ได้ที่อยากให้ภาคต่อไปแบบพิศดารของบุพเพสันนิวาส พาแม่หญิงการะเกด (เกศสุรางศ์) ข้ามภพข้ามชาติไปในยุคจูราสสิค (145 – 201.3 ล้านปีมาแล้ว) ไปโผล่แถวอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่นแล้วเห็นเธอกระโดดขึ้นหลัง ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae) ไดโนเสาร์กินพืชที่ น่ารักแห่งถิ่นอิสาน ของไทยที่มีการขอพระราชทานชื่อเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อมาต่อสู้กับเจ้าสยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis) ไดโนเสาร์กินเนื้อเชื้อชาติไทยต้นตระกูล ของเจ้าทีเร็กซ์ จนได้เลือดของเจ้าสองสายพันธุ์นี้ติดตัวกลับมาในภพปัจจุบันในอีก 3 ปีข้างหน้า แล้วเดินทางจาก ม. ศิลปากร ไปนั่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีมหาราชจาก ปากคลองตลาด มาต่อสายสีแดงที่สถานีบางซื่อมาที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและ เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (Biotech) ในอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) ใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต นำเลือดที่ได้จากไดโนเสาร์ทั้งสองสายพันธุ์ให้นักวิจัยเพาะพันธุ์ โคลนนิ่งแล้วนำไปปล่อยไว้ให้ สวนสัตว์เขาดินสาขาใหม่ ซึ่งขนาดใหญ่กว่าสวนสัตว์ ดุสิตเดิม 3 เท่า ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (National Science Museum) แถวคลอง 6 ธัญบุรี ปทุมธานี ต่อไป เยาวชนคนติดละครประวัติศาสตร์ คงสนใจย้อนยุคกันไปถึงดึกดำบรรพ์วิทยาและบรรพชีวินกันเลยทีเดียวนะขอรับ… ออเจ้า

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *