อวัยวะแปลงของคน หรืออวัยวะในชิป (Organ-on-Chips) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น โดยบรรจุเซลล์อวัยวะที่มีชีวิตของคนไว้ในชิปเพื่อเป็นตัวแทนในการศึกษาระบบการทำงานและการตอบสนองของเซลล์ อวัยวะที่สำคัญ ซึ่งอวัยวะในชิปนี้จะทำหน้าที่คล้ายคลึงกับอวัยวะจำลองที่มีการลอกเลียนการทำงานของอวัยวะจริง เพียงแต่อยู่ในรูปแบบของชิปที่มีขนาดเล็กเท่านั้น เซลล์ที่มีชีวิตที่ใช้ในการทดสอบมีอายุบนชิปนานกว่า วิธีการทดลองในห้องปฏิบัติการแบบดั้งเดิมและใช้ปริมาณยาน้อยกว่าเช่นกัน นอกจากความล้ำหน้าในการศึกษากลไกของเซลล์แล้วยังเป็นการช่วยลดกระแสต่อต้านการวิจัยและทดสอบในสัตว์ทดลอง รวมทั้ง ยาที่ผ่านการทดสอบ แต่กลับใช้ไม่ได้ผลหรือมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายเมื่อนำมาใช้ในคน ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเสียเวลา

ปัจจุบันโรคไวรัสตับอักเสบบียังไม่สามารถรักษาได้มีผู้ป่วยมากกว่า 257 ล้านคนทั่วโลกที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี แต่ทั้งนี้การพัฒนาการรักษาดำเนินไปอย่างช้าๆ เนื่องจากไวรัสมีวิธีซ่อนตัวจากระบบภูมิคุ้มกันที่ซับซ้อน และนักวิจัยยังไม่มีแบบจำลองที่จะสามารถนำมาทดสอบได้อย่างมีศักยภาพ ทีมนักวิจัยนำโดย ดร. Marcus Dorner จาก Imperial College ประเทศอังกฤษ ทำการศึกษาปฏิกิริยาของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีที่มีต่ออวัยวะเทียมเป็นครั้งแรก โดยใช้เทคโนโลยีอวัยวะในชิปทดสอบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยพบว่า เซลล์ตับของคนที่บรรจุลงในชิปติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และมีการตอบสนองทางชีวภาพเช่นเดียวกับตับจริง รวมถึง มีการกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันและการติดเชื้ออื่นๆ เช่นกัน ดร. Dorner กล่าวว่าขั้นตอนต่อไปคือการทดสอบปฏิกิริยาระหว่างยากับเชื้อก่อโรคบนอวัยวะในชิป ปัจจุบันเซลล์อวัยวะในชิปที่ใช้อยู่ ได้แก่ หัวใจ ตับ ไต และปอด ซึ่งข้อดีของการใช้อวัยวะเทียมเหล่านี้ คือ นักวิจัยเข้าใจกลไกของโรคติดเชื้อได้ดีขึ้นและสามารถสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองระหว่างเซลล์อวัยวะเฉพาะส่วนกับยาหรือเชื้อก่อโรค โดยจะนำไปสู่การใช้ยาและการพัฒนารักษาโรคใหม่ๆ ที่มีผลกระทบต่ออวัยวะน้อยที่สุด รวมทั้ง ช่วยลดต้นทุนและเวลาการทดลองในห้องปฏิบัติการซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยในระยะยาว

ที่มา: News Medical Life Science วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *