ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์จาก Google และ มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือที่เรียกว่า การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) นั้นเข้ามาใช้ในการคาดการณ์ว่าผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาลจะเสียชีวิตในโรงพยาบาล อาการดีขึ้นและสามารถกลับบ้านได้ การกลับเข้า รักษาพยาบาลอีกครั้งภายใน 30 วัน ตลอดจนการวินิจฉัยที่คาดว่าจะเป็นไปได้ และระยะเวลาการพักฟื้น

 

Google เก็บข้อมูลประชากร ประวัติการวินิจฉัยโรคและขั้นตอนการรักษา ผลการตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ และอาการสำคัญต่างๆ ของผู้ป่วย โดยมีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับ การรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 216,000 ราย จากโรงพยาบาล UC San Francisco และ University of Chicago ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บสะสมมานาน 11 ปี โดยระบบ ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถคาดการณ์ความตายได้รวดเร็วถึง 24 ชั่วโมงหลังการเข้ารับการรักษา ทีมนักวิจัยระบุว่ามีความถูกต้องถึง 93% – 95% ซึ่งดีกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ และสามารถช่วยแพทย์บริหารจัดการและดำเนินการช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงที

ความท้าทายของนักวิจัยคือการทำให้ อัลกอริทึมนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้านสุขภาพ จากข้อมูลมี ปริมาณมหาศาล การเขียนบันทึกการรักษาพยาบาลโดยแพทย์และนางพยาบาลที่มี ความแตกต่างกัน และการระบุแฟ้มผู้ป่วยที่มี อาการน่าเป็นห่วง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยากต่อการเข้าใจของระบบอัตโนมัติ Google แก้ปัญหา โดยการใช้ Deep Neural Network ที่ซับซ้อน ถึงสามส่วนในการเรียนรู้จากข้อมูลทั้งหมด และระบบค้นหาว่าเหตุการณ์คำ หรือส่วนใด ที่จะส่งผลมากที่สุดต่อผลลัพธ์สุดท้าย หลังจากการวิเคราะห์ผู้ป่วยหลายพันคนระบบสามารถวิเคราะห์และให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนเกินน้อยลง นอกจากนี้ นักวิจัยต้องคำนึง ถึงการนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลร่วมกันเพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่แม่นยำอีกด้วย

 

ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์มีบทบาททางการแพทย์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชะลอความตาย หรือการวินิจฉัยความตาย ซึ่ง หนีไม่พ้นต่อการวิพากวิจารณ์ในเรื่องของจริยธรรม ดังนั้น การการพบปะกันระหว่างวิทยาศาสตร์กับจริยธรรมจึงมีความสำคัญมาก โดยจำเป็นต้องพิจารณาหลักการและผลประโยชน์ทั้งในเชิงวิชาการ และในเชิงปฏิบัติแก่บุคคลด้วย อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการดำรงชีวิตของผู้คนในปัจจุบันอดไม่ได้ที่จะหาทางใช้สิ่งอำนวยความสะดวกผ่านจอเหล่านี้ เพื่อประโยชน์ทางกายและทางจิตบางอย่าง เช่น โปรแกรมคำนวนความอ้วน ความอายุยืน โปรแกรม การออกกำลังกาย การวัดอารมณ์ โปรแกรมวิเคราะห์หน้าบุตรที่จะเกิด โดยเอาภาพหน้าว่าที่พ่อ แม่ มาผนวกกัน หรือแม่กระทั้งการแก้ไขภาพหน้าตา ให้ดูสวยงามถูกใจจากโครงสร้างหน้าตาเดิม เป็นต้น จนทำให้ผู้คนใช้เวลาแสวงหาวิธีดูแลตัวเอง และสร้างนันทนาการให้ตนเองผ่านโปรแกรมเหล่านี้ ซึ่งก็จำเป็นต้องมีความเข้าใจและรู้เท่าทันมากขึ้นใน ขณะเดียวกัน

โดย Ethan Baron วันที่ 30 มกราคม 2561

Link: https://www.mercurynews.com/2018/01/30/google-using-your-health-records-to-predict-whether-youll-live-or-die/

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *