ดร. Evelyn Telfer และทีมนักวิจัยจาก University of Edinburgh ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงไข่อ่อนของมุษย์ให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ในห้องปฏิบัติการเป็นครั้งแรก โดยทีมนักวิจัยพยายามพัฒนาเซลล์ไข่และเซลล์อสุจิของมนุษย์ในห้องปฏิบัติการมาเป็นเวลาหลายปี เพื่อให้เข้าใจถึงการทำงานของเซลล์เหล่านี้ได้ดีขึ้นและเพื่อแก้ปัญหาบุคคลหรือคู่สมรสที่มีบุตรยาก ถ้าหากไข่ที่เพาะเลี้ยงนี้มีสุขภาพดี ในทางทฤษฎีก็สามารถนำมาใช้ในการปฏิสนธินอก ร่างกาย หรือเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization: IVF) ได้ รวมทั้งช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถกลับมามีลูกได้อีกครั้ง

 

ดร. Telfer กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการทดลองในหนูทดลอง แต่ทั้งนี้องค์ประกอบของเนื้อเยื่อมนุษย์มีความแตกต่างจากเนื้อเยื่อหนูทดลองอย่างมาก ทีมนักวิจัยได้ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของไข่ โดยเริ่มจากเนื้อเยื่อรังไข่ชิ้นเล็กๆ ที่ได้จากอาสาสมัครหญิงจำนวน 10 คนในระหว่างการผ่าตัดคลอดบุตร ส่วนที่นักวิจัยนำมาใช้คือ Primordial ซึ่งเป็นโครงสร้างขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ปล่อยไข่โดยธรรมชาติแล้วไข่อ่อนของเพศหญิงจะมีตั้งแต่แรกเกิด และจะพัฒนาสมบูรณ์ในวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาพัฒนาเป็นสิบปี นักวิจัยนำเซลล์ Primordial follicles นำไปเพาะบนอาหารเหลวที่อุดมไปด้วยสารอาหารมีการควบคุมอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นระดับออกซิเจน ฮอร์โมนระดับโปรตีนที่ใช้จำลองการเติบโต และตัวกลางที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยง นักวิจัยแยกไข่อ่อนออกจากเซลล์follicles ปล่อยให้ไข่อ่อนเจริญเติบโตจนมีขนาดเท่ากับไข่ในระยะการตกไข่ หลังจากการเพาะเลี้ยง ประมาณ 21-22 วัน จากเซลล์ Primordial follicles เริ่มต้น 310 เซลล์ มีเพียง 87 เซลล์ที่เจริญเติบโต และมีเพียง 32 เซลล์ เจริญเติบโตเป็นไข่อ่อนอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ว่า ทีมนักวิจัยเชื่อว่าไข่เหล่านี้พร้อมที่จะได้รับการปฏิสนธิ โดยดูจากการแบ่งตัว เซลล์ซึ่งจำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่ง และขนาด cytoplasm ที่เล็กลง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยยังไม่ได้รับใบอนุญาตในการดำเนินการต่อ ทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าถ้าหาก ไข่อ่อนได้รับการปฏิสนธิจะมีการพัฒนาเช่นเดียวกับในรังไข่มนุษย์หรือไม่

นอกจากนี้ ดร. Telfer หวังว่าเทคนิคนี้จะช่วยให้นักวิจัยเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการพัฒนาของไข่ และความผิดปกติของภาวะเจริญพันธุ์ ซึ่งมีหลายสภาวะที่ผู้หญิงไม่มีการตกไข่หรือไข่ไม่เจริญเติบโต เทคนิคนี้จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งถ้าหากตัวอ่อนมีความสมบูรณ์ อาจใช้สามารถนำมาใช้ในการรักษาความผิดปกติเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ หรือเด็กผู้หญิงที่เป็นโรคมะเร็งจะถูกตัดส่วนของรังไข่ออก โดยไอเดียของการศึกษานี้ คือ หากไม่มีเซลล์มะเร็งตกค้างจะสามารถปลูกถ่าย เนื้อเยื่อใหม่เมื่อเด็กผู้หญิงอายุมากขึ้น และเมื่อพร้อมที่จะมีครอบครัว

 

ปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีหลากหลายรูปแบบ เด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีเหล่านี้มีมากกว่าล้านคนทั่วโลก แต่ยังไม่มีรายงานว่าเด็กที่เกิดจากการปฏิสนธิภายนอกมีความแตกต่างจากเด็กที่เกิดจากการปฏิสนธิตามธรรมชาติอย่างไร ตราบใดที่อสุจิของพ่อและไข่ของแม่ยังคงเป็นต้นฉบับจริงที่ไม่ได้ถูกตบแต่ง ดัดแปลง แต่ทั้งนี้ยังมีประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับผลเกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะเมื่อไข่หรืออสุจิฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หาได้เป็นของคู่พ่อแม่ที่คาดหวัง จะมีลูกของตนเอง หรือกรณีที่นำอสุจิกับไข่ของคู่พ่อแม่ไปฝากแม่อุ้มบุญจนเกิดความผูกพัน คิดว่า เป็นลูกแท้ในอุทร จนต้องมีการมาอุทธรณ์กันในภายหลัง ให้เป็นประเด็นศึกษาทางกฎหมายที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายกรณี


ที่มา: Jessica Hamzelou วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561
Link: https://www.newscientist.com/article/2160676-primitive-human-eggs-matured-in-the-lab-for-the-first-time/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *