Smart Speaker หรือลำโพงอัจฉริยะที่ทำงานด้วยคำสั่งเสียง ท่ี่เราสามารถใช้ในการถาม สั่งให้ค้นหา หรือควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart device) ต่างๆ ที่ติดตั้งภายในบ้านได้ การใช้ Smart Speaker เหล่านี้มีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Amazon’s Echo หรือ Google Home จากข้อมูลของ Consumer Intelligence Research Partners ประชาชนกว่า 20 ล้านครัวเรือนในสหรัฐฯ ใช้ Smart Speaker โดย Amazon มีสัดส่วนตลาดโดยประมาณ 73% และ Google 27% ซึ่งคาดว่าในช่วงวันหยุดยาวคริสตมาสปีใหม่นี้ จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 4.4 ล้านเครื่อง หรือประมาณ 22% จากปีที่แล้ว ปัจจุบันผู้คนสนุกกับการพูดคุยกับคอมพิวเตอร์เหมือนกัปตันเคิร์ก (Captain Kirk) ในภาพยนตร์ Star Trek แต่ทั้งนี้ กัปตันเคิร์กไม่ต้องกังวลเรื่องของแฮ็กเกอร์ แต่คนทั่วไปอย่างเรายังคงต้องคำนึง ถึงความปลอดภัยในด้านนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีอันชาญฉลาดนี้ยังคงมีช่องโหว่ในเรื่องของความเป็นส่วนตัวและ ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รายชื่อที่มีการติดต่อ หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร เป็นต้น

 

แม้ว่าผู้ใช้จะต้องใช้คำสั่งปลุก โดยพูด “Alexa” หรือ “OK Google” เพื่อเปิดใช้งาน ซึ่งอุปกรณ์อัจฉริยะ เหล่านี้ตั้งใจฟังคำสั่งตลอดเวลา ไม่มีคำว่าหูทวนลม ซึ่งการปลุกอุปกรณ์โดยไม่ตั้งใจจึงเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา เคยมีกรณีตัวอย่างเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2559 เด็กหญิงอเมริกันอายุ 6 ปี จากเมือง Dallas รัฐ Texas สั่งซื้อบ้านตุ๊กตาและคุ้กกี้ราคา 170 เหรียญสหรัฐฯ ผ่าน Alexa เนื่องจากมีการเซ็ตระบบการซื้อเปิดไว้ตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นรายการวิทยุ โทรทัศน์ หรือวิดีโอ ก็สามารถเปิดการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ได้เช่นกัน Burger King ได้ออกแบบโฆษณาออกมาเพื่อปลุก Google Home โดยนักแสดงในโฆษณาพูดว่า “OK Google, what is the Whopper burger?” ซึ่งในหลายกรณีมีการปลุกอุปกรณ์ เหล่านี้โดยบังเอิญซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ แต่สิ่งที่ควรทราบไว้คือ เมื่ออุปกรณ์ดิจิดอลเหล่านี้ถูกปลุก ให้ตื่นขึ้นแบบเฟอร์บี้ ก็จะมีการบันทึกสิ่งที่ได้มีการพูดและ ส่งข้อมูลการบันทึกนั้นเป็นรหัสไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่อจัดเก็บ ไว้ แต่ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถที่จะเปิดฟังส่วนที่มีการบันทึกหรือ สามารถที่จะลบทิ้งได้ ซึ่งหากคุณมีอุปกรณ์เหล่านี้ คุณควร ลองเปิดฟัง แล้วจะประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยิน นอกจากนี้ นาย Candid Wueest นักวิจัยจากบริษัท Symantec ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลความปลอดภัยของระบบดิจิทัล กล่าวถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการฟังตลอดเวลาของอุปกรณ์เหล่านี้ว่า แฮ็กเกอร์สามารถเจาะเข้าระบบ อุปกรณ์เหล่านี้จากระยะไกลแล้วสามารถเปลี่ยนให้เป็นอุปกรณ์ในการรับฟัง และอุปกรณ์บางรุ่นยังมาพร้อมกับ กล้อง ซึ่งแฮ็กเกอร์สามารถเห็นสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวหากมีคนอื่นที่สามารถควบคุมระบบ อุปกรณ์ดิจิทัลเหล่านี้ได้ในขณะที่เราเข้าห้องน้ำหรือกำลังนอนหลับอยู่

 

นอกจากนี้ ลำโพงอัจฉริยะยังถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางที่สามารถควบคุมและสื่อสารกับอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ตอื่นๆ (Internet of Things: IoT) ในบ้าน เช่น การปิด-เปิดไฟ การควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน การล็อกประตู เป็นต้น ซึ่งความสะดวกสบายใหม่ๆ เหล่านี้ มาพร้อมกับภัยคุกคามทางด้านดิจิทัลเช่นเดียวกัน ผู้ร้ายสามารถตะโกนสั่ง “เปิดประตูหน้า” และ “ปิดระบบ เตือนภัย” ได้ง่ายโดยไม่ต้องอาศัยวลี Open Sesame แบบเรื่องอาลีบาบา หากอุปกรณ์เหล่านี้มีการเชื่อมต่อกับ ลำโพงอัจฉริยะ ซึ่งทาง Amazon กล่าวว่าได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องของความปลอดภัยของลูกค้าอย่างจริงจัง ได้มีการตรวจสอบเพื่อให้การใช้ Echo มีความปลอดภัย ในส่วนของ Google ได้กล่าวถึงอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีระบบ Google Assistant ได้มีการออกแบบให้มีความปลอดภัยและ มีความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถตรวจสอบ การใช้งานของตนเองจาก Security Checkup ได้ตลอดเวลา และสามารถล็อคอินเข้าเช็คใน My Activity เพื่อลบ การค้นหาประวัติการเข้าชมและกิจกรรมอื่นๆ ที่ผ่านมาจาก Google Account ได้ หากเปรียบเทียบอุปกรณ์เหล่านี้ยังไม่มี ความเสี่ยงมากเท่ากับสมาร์ทโฟนหรือแล็ปท็อป แต่ทั้งนี้ ผู้ใช้ควรป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยตั้งรหัสผ่านที่ คาดเดายาก และปิดใช้อุปกรณ์เมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน เป็นต้น

 

ที่มา: HERB WEISBAUM วันที่ 28 พ.ย. 2560
Link: https://www.nbcnews.com/tech/security/hey-alexa-how-secure-are-voice-activated-assistants-you-n824566

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *