เพื่อให้เข้ากับกระแสเรื่องการประชุมของ American Nuclear Society (ANS) ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาระหว่าง 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2560 ทำให้ต้องหวนนึกถึง ภาพยนตร์สองเรื่องทึ่มีชื่อคล้ายๆ กัน เรื่องแรก คือ The Day After นิวเคลียร์ล้างโลก ที่ฉายเมื่อปี 2526 โดยมีการสร้าง สถานการณ์บรรยากาศจำลองของสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่อาวุธ นิวเคลียร์ซึ่งมีแสนยานุภาพร้ายแรงถูกนำมาใช้ในการสู้รบระหว่างพี่ใหญ่ค่าย ส. เสรีนิยม สหรัฐฯ กับพี่ใหญ่ค่าย ส.สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ สหภาพโซเวียต โดยไฮไลต์ของเรื่องก็คือ ตอนที่ สหภาพโซเวียตได้ยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์เข้าใส่เมือง Kansas city มลรัฐมิสซูรี่ สหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นจุดยุทธศาสตร์ สำคัญ และเป็นแหล่งเก็บหัวรบขีปนาวุธของสหรัฐฯ ภาพของ ความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้ถูกบรรยายด้วยเทคนิคการสร้าง ภาพยนตร์ที่มีเหตุการณ์จริงเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้น ที่ประเทศ ญี่ปุ่นเมื่อปี 2488 (ค.ศ. 1945) ให้เป็นแรงบันดาลใจ และดูจะ โหดร้ายกว่า เพราะว่าการพัฒนาของขีปนาวุธ ในช่วงสงครามเย็น ร้ายแรงกว่าระเบิดปรมาณูไอ้อ้วนไอ้ผอมที่ใช้ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่สองมากมายนัก ความน่าสะพรึงกลัวของอาวุธนิวเคลียร์และ side effect ที่จะเกิดตามมาดูร้ายแรงเกินกว่าที่มหาอำนาจใดจะ กล้าหยิบขึ้นมาใช้ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม ในบรรยากาศ ช่วงสงครามเย็นนั้น การสู้แบบกองโจร การใช้อาวุธตามรูปแบบ การโฆษณาชวนเชื่อเชิงจิตวิทยา การสร้างความขัดแย้งทาง การเมืองภายในเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหลายแห่ง ทั่วโลก โดยขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ได้ยังคงเก็บตัวเงียบในไซโล

เช่นเดียวกับเรือดำน้ำติดขีปนาวุธ (SLBM) ที่ค่อยๆ ปลดระวาง จนเหลือไม่มากนัก ภาพยนตร์เรื่อง The Day After จึงเป็น การสะท้อนภาพความหวาดกลัวของสงครามนิวเคลียร์ในยุคนั้น และคำว่าป้องปราม (Deterrence) จึงมีความหมายมากสำหรับ คุณค่าของอาวุธนิวเคลียร์ในยุคสงครามเย็นที่ทำให้ไม่มีประเทศใด ผลีผลามกล้าใช้อาวุธดังกล่าวในปัญหาความขัดแย้งเพราะคำตอบ ของการใช้นั้นก็คือการล้มหาย ตายเกลื่อน ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม

ในขณะที่อาวุธนิวเคลียร์ค่อยๆ หมดบทบาทในกระแสโซเชียล ของประชาคมโลกไป เทคโนโลยีนิวเคลียร์กลับได้รับความสำคัญ ในฐานะตัวเลือกสำหรับพลังงาน ซึ่งเป็นพลังงานที่ต้องใช้ เทคโนโลยีการก่อสร้างและลงทุนที่สูงลิบ แต่มีต้นทุนผันแปรต่อ หน่วยเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับวัตถุดิบในการผลิตพลังงาน อย่างอื่น พัฒนาการของการใช้พลังงานนิวเคลียร์ซึ่งได้ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่บนโลก เพื่อสนองความต้องการด้านพลังงาน จากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หลายประเทศเจ้าของเทคโนโลยี ได้หันมาใช้พลังงานจากแหล่งนี้จำนวนมาก ตั้งแต่เจ้าของอาวุธ นิวเคลียร์เองอย่างสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน รวมไปถึง ประเทศที่เคยโดนใช้อาวุธนิวเคลียร์อย่างญี่ปุ่น ซึ่งกระแสสำคัญ ที่สุดของพลังงานนิวเคลียร์ก็คือ การเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ปลด ปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเขม่าควันพิษต่างๆ ออกสู่ บรรยากาศ โดยเฉพาะภาพที่สะท้อนออกมาจากภาพยนตร์เรื่อง วิกฤตการณ์วันสิ้นโลก หรือ The Day After Tomorrow ซึ่งออก ฉายเมื่อปี 2547 ได้สร้างเงื่อนไขด้านภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจาก เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ที่เกิด จากการทำให้โลกร้อนขึ้น (global warming) อย่างน่าเชื่อถือ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เปลี่ยนมุมมองของปัญหาที่ท้าทายมวลมนุษย- ชาติ โดยไม่ได้แบ่งจากอุดมการณ์ทางการเมือง ความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ เชื้อชาติ หรือเผ่าพันธุ์ โดยตัวแสดงนำ แจ็ก ฮอลล์ ซึ่งไปสำรวจทวีปแอนตาร์ติกา และทีมงานพบว่าชั้นน้ำแข็งกำลัง แยกตัว เคลื่อนเข้ามาปนกับกระแสน้ำในมหาสมุทร และรบกวน ระบบกระแสน้ำ และอุณหภูมิโลก จนเกิดสภาพอากาศที่เลวร้าย และพายุขนาดใหญ่ ภาพยนตร์ได้เสนอให้เห็นด้วยว่า ปรากฏการณ์ โลกร้อน กลับทำให้โลกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งได้เช่นเดียวกันมนุษย์กำลังต้องสู้กับธรรมชาติที่เราเคยทำร้ายไว้ และกำลังเอาคืนจากเรา ตามหนังสือ The Revenge of GAIA – เมื่อโลกเอาคืน ภาพยนตร์ นี้ได้เข้าฉายเกือบทั่วโลก ในปีครบรอบสมัยที่ 10 ของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาว่าด้วย การการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากา (COP 10 of UNFCCC) ที่จัดขึ้นในเมืองนามว่า “อากาศดี” กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ซึ่งเป็นผู้นำด้าน นิวเคลียร์ของลาตินอเมริกา

จากสถิติเมื่อเดือนเมษายน 2560 ประเทศที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มี 30 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป มีการก่อสร้างเตา ปฏิกรณ์ใหม่ 449 เตา ใน 15 ประเทศ และพลังงานที่ใช้บนโลกใบนี้ ร้อยละ 11 มาจาก พลังงานนิวเคลียร์ ในขณะที่กระแสต่อต้านก็ยังคง มีอยู่ในหลายพื้นที่ แม้กระทั่งในสหรัฐฯ เอง ซึ่งมี เตาปฏิกรณ์มากที่สุด ก็มีกฎหมายและแนวทาง เรื่องนี้แตกต่างกันไป ตามแต่ปัจจัยและ ความกดดันด้านความต้องการพลังงาน โดยระหว่างเส้นทางพัฒนา ก็มีบทเรียนของ อุบัติภัยในที่ต่างๆ ที่เกิดจากโรงไฟฟ้าพลังงาน นิวเคลียร์ คอยสกัดกระแสความปลาบปลื้มกับ การใช้พลังงานนิวเคลียร์อยู่หลายครา ดังเช่น อุบัติภัยโรงไฟฟ้า Three Mile Islands รัฐเพนซิลวาเนีย ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2522 หลัง เพื่อนบ้านสามช่าอินโดจีนกลายเป็นประเทศ คอมมิวนิสต์ยกเซ็ตได้ปีเดียว และอีกกรณีที่ สะเทือนทั้งยุโรป คือโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ในแคว้น ยูเครน 2529 ซึ่งก็เตือนรัฐบาลเครมลินก่อนที่ สหภาพโซเวียตล่มสลาย 5 ปี และในท่ามกลางที่อะไรๆจะดูดีไปพร้อมกับบรรยากาศที่โลกกำลังตื่น ตัวค้นหาพลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหตุการณ์ย้อนรอยประวัติศาสตร์ภัยพิบัตินิวเคลียร์ ก็กลับมาเกิดกับญี่ปุ่นอีกครั้งที่ฟุคุชิมาในปี 2554 จนทำให้เป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือน กระจกของญี่ปุ่น และบทบาทผู้นำใจเต็มร้อยใน การแก้ไขปัญหาโลกร้อนถึงกับโซเซ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดที่ฟุคุชิมานั้นก็สะท้อนความสำเร็จ ขั้นสูงในด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์ และยังคง ทำให้ประเทศมหาอำนาจนักบริโภคพลังงานไม่ได้ ลดละเลิก การใช้พลังงานนิวเคลียร์ออกจาก สัดส่วนการใช้พลังงาน

ผลการหารือของการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ สมัยที่ 23 ระหว่างวันที่ 6-17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ เมืองบอนน์ เยอรมนี จึงยังคงเต็มไปด้วยการหารือในประเด็นการลด ก๊าซเรือนกระจก หรือ Mitigation ซึ่งเกี่ยวข้อง กับการพัฒนากลไกและกฏเกณฑ์ลดการปล่อยก๊าซ โดยเฉพาะเมื่อกระแสของ coal phase out ดัง กระหึ่ม การหาตัวเลือกเทคโนโลยีที่จะมาช่วยผลิต พลังงาน โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่กำลัง เติบโต จะยังเกี่ยวโยงมายังประเด็นการถ่ายทอด เทคโนโลยี (Technology Transfer) ซึ่งพลังงาน นิวเคลียร์อาจจะเป็นตัวเลือกที่มาแรงในที่สุด

สำหรับประเทศไทยของเราเอง วันนี้เรา ยังไม่มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และก็ยังไม่รู้ว่า วันหนึ่งเราจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงาน นิวเคลียร์ได้จริงหรือไม่ แต่รัฐบาลไทยก็ต้องมี การเตรียมดู เตรียมตัว และเตรียมการ เพราะ ประเทศเรายังเป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาที่ยังคงขยายกิจกรรมหลายอย่างเพื่อพัฒนาประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่ว่า วันที่ประเทศไทยมี พลังงานไม่เพียงพอ – แต่ก็ไม่แน่หากเราเดินหน้า ประเทศไปด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและ ประเทศไทย 4.0 อย่างจริงจัง วันหนึ่งเมื่อ โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมเข้าสู่ดุลยภาพ เราอาจสามารถมีส่วนผสมพลังงานที่เพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องก้าวไปอาศัยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ได้ไหม หรือในที่สุดต้องอาศัยแล้ว การได้มาซึ่ง พลังงานจากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในวันข้างหน้า อาจจะดำเนินการได้สะดวก ง่ายดาย ไร้ภยันตราย และตอบสนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ ในสังคมไทยที่พอเพียงอย่างแท้จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *