ในปัจจุบันพลังงานมีความสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตของคนทั่วโลก มีการใช้พลังงานจากถ่านหิน แสง อาทิตย์ ลม ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน ด้วยการที่ประชากรมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนจาก 7.3 พันล้านคนใน ปัจจุบันไปถึง 9.2 พันล้านคนในปี พ.ศ. 2583 จากการคาดการณ์ซึ่งความต้องการทางด้านพลังงานย่อมสูง ขึ้นเช่นเดียวกันและส่งผลเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจและปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน ความต้องการพลังงาน ส่วนใหญ่มาจากประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศจีน ไต้หวัน และอินเดีย เป็นต้น ซึ่งในขณะนี้ ประเทศจีน เป็นประเทศที่มีการใช้พลังงานสูงสุดของโลกแทนที่ประเทศสหรัฐฯ

หากกล่าวในแง่ของพลังงานไฟฟ้า ในปี พ.ศ. 2555 ความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2 เท่า พลังงานปฐมภูมิ 42% ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า และคาดว่าในอนาคตความต้องการในการใช้ พลังงานไฟฟ้าจะเพิ่มสูงขึ้น กระบวนการผลิตไฟฟ้าก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตของ ประชากรก่อนเวลาอันควร ส่งผลให้พลังงานทางเลือกอื่นที่สะอาดและมาจากธรรมชาติ เช่น พลังงานจาก แสงอาทิตย์ ลม และชีวภาพ เข้ามามีบทบาทอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม พลังงานเหล่านี้ไม่สามารถผลิต กระแสไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นไปตามกลไกของธรรมชาติ จึงยังไม่สามารถนำมาใช้เป็น พลังงานหลักในการผลิตไฟฟ้าได้ หลายประเทศได้หันมาศึกษาและวิจัยด้านพลังงานและสนใจบทบาทที่เพิ่มขึ้น ของพลังงานนิวเคลียร์ในรูปแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยปัจจุบันมีการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าประมาณ 11% ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก

พลังงานนิวเคลียร์สามารถตอบสนองความต้องการ
ด้านพลังงานของโลกในอนาคตได้หรือไม่?

การพัฒนาเตาปฏิกรณ์และพลังงานนิวเคลียร์เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนแหล่งพลังงาน จากเชื้อเพลิงฟอสซิลนั้นได้มีการศึกษาอย่างจริงจัง และรวมถึงในเรื่องของนิวเคลียร์ฟิวชั่น ความร้อนใต้พิภพ การกักเก็บและการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาทาง เศรษฐศาสตร์ และความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ประเทศจีนเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในการขยายการลงทุน ด้านพลังงานนิวเคลียร์ รัฐบาลจัดสรรเงินสูงถึง 361 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพื่อการพัฒนาแหล่งพลังงาน ที่สะอาดขึ้น โดยเงินงบประมาณนี้ ประเทศจีนวางแผนที่จะใช้ประมาณ 78 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อสร้าง เตาปฏิกรณ์ 35 เตาใน 4 ปีข้างหน้า ประเทศจีนมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาด้านนิวเคลียร์ ซึ่งเหตุผลที่เหมาะสม ที่สุดในการใช้พลังงานนิวเคลียร์ คือ พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานที่มีเสถียรภาพ สะอาด และให้พลังงาน ที่เข้มข้น (High Density) ซึ่งแตกต่างจากพลังงานทดแทนอื่น เนื่องจากพลังงานนิวเคลียร์ไม่มีความผันแปร ตามฤดูกาล เมื่อมีการติดตั้งเตาปฏิกรณ์จะมีการผลิตพลังงานอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง รวมถึงประสิทธิภาพจะลดลงเพียงเล็กน้อย

ตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์สามารถผลิตพลังงานได้สูงสุดถึง 90% แต่พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถผลิตพลังงานได้เพียง 20% ซึ่งประสิทธิภาพของพลังงานจากธรรมชาติมีความผันผวนตามสภาพ อากาศ ต้นทุนของการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์สูงกว่าการผลิตไฟฟ้าด้วยแหล่งพลังงานอื่น แต่ทั้งนี้ ถ้ารวมต้นทุนจากการลงทุนและส่วนประกอบอื่นทั้งหมดแล้วจะใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังสามารถปรับขนาดและดัดแปลงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ซึ่งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีความเหมาะสม กว่าในกรณีที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่คงที่ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาให้ผลิตกำลังไฟฟ้าได้สูงและ สามารถปรับลดกำลังการเดินเครื่องลงได้ และสามารถเดินเครื่องต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องมีการเติม เชื้อเพลิงเป็นเวลา 2 ปี ความเจริญในอนาคตจะขึ้นกับการผลิตไฟฟ้าที่ไม่จำกัด เห็นได้ชัดว่า เชื้อเพลิงฟอสซิล นั้นมีจำกัด และพลังงานลม แสงอาทิตย์ และพลังงานหมุนเวียน เช่น เอทานอล นั้น ยังมีความไม่แน่นอนใน การสนับสนุนการใช้พลังงานของโลก ส่วนศักยภาพในการผลิตพลังงานของยูเรเนียมปริมาณเล็กน้อยนั้นสูง มาก เชื้อเพลิงนิวเคลียร์จึงสามารถอยู่ในลำดับที่น่าสนใจจะนำมาใช้ ถ้ามีการจัดรูปแบบที่ดี พลังงานนิวเคลียร์ สามารถใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้แก่เราได้อีกหลายรุ่น ส่วนใหญ่ประเทศที่ใช้แหล่งพลังงานนิวเคลียร์มี การจำหน่ายไฟฟ้าในราคาที่ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีแหล่งพลังงานทดแทนอื่น แต่ในบางประเทศ เช่น ประเทศเยอรมันนีเพิ่มราคาพลังงาน มีการเพิ่มการจัดเก็บภาษีเพื่อสนับสนุนพลังงาน หมุนเวียนและการรื้อถอนระบบปฏิบัติการนิวเคลียร์ ซึ่งการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทำให้ต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้น

ประเทศที่พัฒนาทั่วโลกก็มีการใช้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่ประชาชน หลายประเทศมีการเตรียมการเพื่อสร้างหรือขยายโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรม และ การเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ

 

ที่มา:
World Nuclear Association ก.ย. 2560
Link: http://www.world-nuclear.org/information-library/current-and-future-generation/
world-energy-needs-and-nuclear-power.aspx
Alexandro Pando วันที่ 16 ส.ค. 2560
Link: https://www.forbes.com/sites/forbestechcouncil/2017/08/16/can-next-generation-nuclear-power-meet-world-
energy-needs/#614c81c31ff2

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *