The American Nuclear Society (ANS) เป็นองค์กรนานาชาติที่ไม่แสวงผลกำไรด้านวิทยาศาสตร์และ การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ประกอบด้วยวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา นักเรียน และผู้ที่สนใจกว่าหมื่นคน สมาชิกของ ANS เป็นตัวแทนขององค์กรจากทั้งภาครัฐและเอกชนจาก 40ประเทศทั่วโลก วัตถุประสงค์ขององค์กรคือเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง กับนิวเคลียร์ โดยการสนับสนุนการวิจัยการตั้งทุนสนับสนุนการศึกษา การเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และ วารสาร การจัดกิจกรรมและการประชุมต่างๆ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ

การประชุม 2017 ANS Winter Meeting จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรม Marriott Wardman Park กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีหัวข้อหลักการประชุมในปีนี้คือ “Generations in Collaboration: Building for Tomorrow” การประชุมตลอดเวลา 4 วันจะครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เช่น เทคโนโลยีใหม่ ความคืบหน้าในวงการ กฎเกณฑ์ นโยบาย จรรยาบรรณ การสื่อสารกับผู้มีส่วนตัดสินใจเชิงนโยบายและสื่อมวลชน ในการประชุม มีทั้งการบรรยายแบบรวม การบรรยาย แบบย่อย การนำเสนอผลงานผ่านโปสเตอร์ และการจัดตั้งโต๊ะประชาสัมพันธ์หน่วยงานและมหาวิทยาลัยที่ เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์

พิธีเปิดการประชุมมีนาย Ty Troutman (ผู้บริหารบริษัท Bechtel) ประธานการประชุม และ Dan Brouillette (Deputy Secretary of the U.S. Department of Energy) เป็นผู้บรรยายกิตติมาศักดิ์ ในการบรรยายเขาได้กล่าวถึงความก้าวหน้าด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปัจจุบันประเทศ สหรัฐอเมริกาได้มีการนำเอาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการพัฒนาการแพทย์ วิทยาศาสตร์อาหาร การสำรวจอวกาศ ฯลฯ นอกจากนี้ ในขณะที่โลกมีความต้องการในพลังงานมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเห็นตรงกันว่าพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานที่มีความมั่นคงมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาเป็นในลักษณะของตลาดที่ถูกกำหนดด้วยกฎระเบียบมากกว่าตลาดแบบ เสรี เนื่องจากมีประเด็นความมั่นคงและความปลอดภัย (security and safety) ทำให้ยังไม่มีการนำเอาพลังงาน นิวเคลียร์ออกมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนา ความมั่นคงของพลังงานนิวเคลียร์ เช่น US Department of Energy (DOE) ให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัยด้าน พลังงานนิวเคลียร์และการพัฒนาเครือข่ายวิจัย รัฐบาลกลางยังให้การสนับสนุนการศึกษาด้านวิศวกรรม ฟิสิกส์ และนิวเคลียร์

นาย Jean Llewelyn (Chief Executive, UK National Skill Academy Nuclear) ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในสหราชอาณาจักร โดยในปัจจุบันสหราชอาณาจักรมีเตาปฏิกรณ์พลังงานนิวเคลียร์ที่ใช้ งานอยู่ 15 เตา ในโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ 7 แห่ง และมีแผนการสร้างความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ทำให้สหราชอาณาจักรมีโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์และสามารถดึงดูดผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่ ประเทศไทย ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สหราชอาณาจักรมีการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างรวดเร็วคือ การสนับสนุน ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและอุตสาหกรรม นอกจากนี้มีการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้มีบทบาทในการตัดสินใจ ต่างๆ ก็มีส่วนในการเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ด้วยเช่นกัน

นอกจากการปรับปรุงและพัฒนากฎระเบียบให้ก้าวหน้าทันต่อการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ การเร่งพัฒนาบุคลากรก็มีความสำคัญ เนื่องจากเทคโนโลยีนิวเคลียร์จะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอนาคตจึงต้อง เตรียมบุคลากรเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า การเริ่มต้นสร้างบุคลากรด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ควรเริ่มตั้งแต่ในโรงเรียน โดยควรมีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ที่มุ่งปลูกฝังให้นักเรียนมีความสนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสนับสนุนให้มีการสอนวิชาที่สำคัญ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ในโรงเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา มีการฝึก อบรมภาคปฏิบัติ (technical training program) ที่นักเรียนสามารถนำไปใช้ต่อยอดในการศึกษาระดับ มหาวิทยาลัยและการเข้าทำงานจริงในองค์กรต่างๆ ได้

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *