สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) และรัฐบาลสหรัฐฯ ได้จัดการประชุม U.S. – Thailand Civic Bilateral Agreement ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรม เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ

การประชุมครั้งนี้ นับได้ว่าได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างความร่วมมือด้านอวกาศทั้งใน ๓ มิติ ตามที่สหรัฐฯ ประสงค์ ซึ่งประกอบด้วยมิติด้านวิจัยและพัฒนา มิติด้านพาณิชย์ และมิติด้านความมั่นคง ทั้งในระดับประเทศ และระดับระหว่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสในการต่อยอดพัฒนาความร่วมมือที่เหมาะสมและเกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่อรัฐ รัฐกับเอกชน และเอกชนต่อเอกชนของทั้งสองประเทศต่อไป

การประชุมดังกล่าว เป็นการแสดงบทบาทของ อว. ซึ่งเป็นแหล่งขุมพลังด้านบุคลากรด้าน อววน. ในภารกิจด้านต่างประเทศที่มีมิติด้านเทคนิค และเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง โดย ปอว. ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทยกล่าวต้อนรับผู้ร่วมประชุมและกล่าวเปิดการประชุม และฝ่ายสหรัฐอเมริกาโดย Mr. Jon Harrison, Senior Advisor, U.S. Department of State และ Mr. Kevin O’Connell, Director of the Office of Space Commerce, Department of Commerce ทำหน้าที่เป็นประธานร่วม โดยในการประชุม ได้มีการเจรจาหารือในด้านเทคนิคหลายประเด็น อาทิ ด้านการเฝ้าระวังทางอากาศ การพัฒนาระบบดาวเทียมนำร่อง การใช้ประโยชน์จากดาวเทียม Landsat 9 และ NOAA เป็นต้น ในขณะฝ่ายไทย โดย สทอภ. ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ด้านอวกาศแห่งชาติ และการประยุกต์ภาพถ่ายดาวเทียมในกิจกรรมความมั่นคงและเศรษฐกิจ เป็นต้น

ผู้เข้าร่วมการประชุมเป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ NGOs ของทั้งสองประเทศ โดยมีทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานด้านการพาณิชย์ และหน่วยงานด้านกิจกรรมพลเรือนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น ๑๒๕ คน จาก ๖๗ หน่วยงาน (หน่วยงานจากสหรัฐฯ คือ U.S. Department of State, Pacific Disaster Center-Hawaiian University, JUSMAGTHAI, US Embassy, USGS, U.S. Naval Research Laboratory, NOAA, Department of Commerce, USSTRATCOM, The Joint Force Space Component Command-JFSCC, และThe Space Generation Advisory Council-SGAC, บริษัทเอกชน Maxar, AGI, Planet, Andart Global, และ Boeing)

ภายหลังการประชุมแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ด้านกิจการอวกาศ ทั้งด้านนโยบาย ด้านการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศ ด้านการศึกษาวิจัยและนวัตกรรมตลอดจนการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศของภาคเอกชน ประเทศไทยได้จัดทำ (ร่าง) Joint Statement เพื่อสรุปผลการประชุมหารือจำนวน ๑๐ ประเด็น (ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาจากสหรัฐอเมริกาและผู้เกี่ยวข้อง)

นอกจากการประชุมดังกล่าว ในวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2562 ดร.เศรษฐพันธ์ กระจ่างวงษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา ให้ความร่วมมือกับ สทอภ. ในการทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายนำคณะเข้าชมพระบรมมหาราชวัง/วัดพระศรีรัตนศาสตาราม และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ให้กับคณะ ซึ่งผู้แทนจากบริษัทเอกชน ส่วนใหญ่มาเยือนประเทศไทยครั้งแรก และยังไม่เคยทราบมาก่อนว่า ประเทศไทย เป็นประเทศในเอเชียชาติแรก ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับสหรัฐ (พันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุด) และได้รับความรู้ทาง วทน. ที่แทรกอยู่ในศิลปโบราณสถาน และโบราณวัตถุของไทย รวมทั้งบทบาทพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยในด้าน อววน. และการต่างประเทศ