ข้อมูลนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

รายงาน “การปลูกฝังพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่นักเรียนในสหรัฐอเมริกา”

จัดทำโดย นางสาวดวงกมล เพิ่มพูลทวีทรัพย์

ปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและภาวะมลพิษที่ทวีความรุนแรงขึ้นนั้น ทำให้ทั่วโลกมุ่งให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหา การปลูกฝังพฤติกรรมการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่นักเรียนซึ่งถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของการปลูกฝังทัศนคติที่ดีและกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กปฐมวัยรักธรรมชาติ และมีพฤติกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นกระบวนการที่พัฒนาด้านกาย จิตใจ สังคม อารมณ์ และสติปัญญา เพื่อให้เด็กเกิดความรู้ที่ถูกต้อง มีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม และมีพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยกระบวนการเรียนนี้ต้องเริ่มการปลูกฝังและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะของการเรียนรู้ที่ค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปสู่ภายในจิตใจและเข้าไปสู่กระบวนการคิด และแสดงออกเป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ โดยครูผู้สอน ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กจะต้องร่วมมือกันปลูกฝังตั้งแต่เด็กเล็ก เช่น การทิ้งขยะ การประหยัดน้ำ การประหยัดพลังงานไฟฟ้า การปลูกต้นไม้ การดูแลสัตว์เลี้ยง การใช้และรักษาทรัพยากร เป็นต้น โรงเรียนยังสามารถที่จะเพิ่มบทบาทโดยการจัดหลักสูตรทางด้านสิ่งแวดล้อม การจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน การรณรงค์ หรือตั้งโครงการต่างๆ เพื่อให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้ ภาครัฐและเอกชนมีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน โดยภาคเอกชนสามารถให้การสนับสนุนแก่สถานศึกษา ผลักดันการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในชุมชนและสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสามารถดำเนินการในรูปแบบองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ทำงานเพื่อพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สำหรับรัฐบาลซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการในภาพรวมของประเทศมีบทบาทในการออกกฎหมายควบคุม จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนหน่วยงานและโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ จัดตั้งหน่วยงานที่ควบคุมดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อมและกำหนดพื้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

รายงาน “ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนวิทยาศาสตร์”

จัดทำโดย นางสาวดวงกมล เพิ่มพูลทวีทรัพย์

การเพิ่มศักยภาพทางการศึกษายังสามารถทำได้โดยการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาการศึกษาให้ได้มาตราฐานและทัดเทียมกับนานาประเทศ ความร่วมมือระหว่างโรงเรียน คือ การมีปฏิสัมพันธ์ทางความคิดและทางปฏิบัติร่วมกันของนักเรียน ครูผู้สอน หรือสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ร่วมแก้ไขปัญหา มีการแบ่งปันข้อมูล และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มีทั้งในรูปแบบทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งในปัจจุบันความร่วมมือระหว่างโรงเรียนเปิดกว้างอย่างแพร่หลายและมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนมีเป้าหมายเพื่อการทำงานร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญ การเพิ่มผลสำเร็จแก่สถาบันและบุคลากร ซึ่งได้แก่ นักเรียน และครูผู้สอน ยกระดับมาตรฐานของโรงเรียน การข้ามอุปสรรคต่างๆ และขยายโอกาสในการเรียนรู้

stnew_pjcover_nov2016-1
คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

 

รายงานการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มีบทบาทสำคัญต่อมนุษย์อย่างมาก ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐานของนักเรียน ซึ่งการวางรากฐานในการพัฒนาตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่จำเป็นที่จะต้องได้รับกการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คำว่า “การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Science Literacy)” ถูกใช้อย่างกว้างขวางตั้งแต่ในยุค 1950s สหรัฐอเมริกาได้ให้ความสำคัญกับการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์อย่างมากและได้ผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่างๆ รายละเอียดดังในรายงานฉบับนี้

Report-Cover-B-3คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

นวัตกรรมในประเทศสหรัฐเมริกา

Report-Cover-B-3คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

นโยบายการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประเทศสหรัฐอเมริกา

Report-cover-b-2
คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

รายงานความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา

Report-Cover-B-1คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

รายงานการสืบค้นข้อมูลหัวข้อ “สถานภาพนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา” เขียนโดย ธนพล วิศิษฐ์กิจการ สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงวอชิงตัน

รายงานดังกล่าวเป็นข้อมูลสนับสนุนการกำหนดนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทย ดังเช่น สหรัฐฯเน้นการขยายงานวิจัยเพื่อนำไปสู่เชิงพาณิชย์มากขึ้น การพัมนาระบบการศึกษาแบบ STEM การพัฒนาพลังงานและสิ่งแวดล้อม  หรือประเทศแคนาดา  เน้นการลงทุนการวิจัยโดยอาศัยมาตรการการส่งเสริมผู้ประกอบการให้สร้างนวัตกรรม  การเพิ่มปริมาณผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การดึงดูกบุคลากรจากต่างประเทศ ฯลฯ

คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

“U.S. Alternative Energy R&D: Lessons for Thailand” โดย ดร. ดวงใจ บลอยด์ (Duangjai I Bloyd, Ph.D.) นักวิชาชีพไทยในสหรัฐฯ

ดร. ดวงใจ บลอยด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานในสหรัฐฯ ศึกษานโยบายด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานทดแทนของรัฐบาลประธานาธิบดีโอบามา และสรุปเป็นรายงานดังกล่าว จัดพิมพ์เมื่อเดือนกันยายน 2556ประเทศสหรัฐฯ เป็นผู้นำด้านการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาและนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน โดยมีมาตราการสนับสนุนและเงินสนับสนุนการทำวิจัย การบังคับใช้กฏหมาย ผู้เขียนได้นำเสนอนโยบายและกระบวนการและขั้นตอนการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทดแทนของรัฐบาลประธานาธิบดีโอบามา  นโยบายและแผนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนโครงการวิจัยและพัฒนาที่สำคัญ จากโปรแกรมของ Office of Energy Efficiency and Renewable Energy และให้ข้อเสนอแนะโครงการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานทดแทนที่เหมาะสมกับประเทศไทย เช่น โครงการด้านพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการด้านพลังงานชีวมวล โครงการด้านพลังงานลม และยังนำเสนอกลยุทธ์ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เช่น การส่งเสริมการเป็นพันธมิตรระหว่างรัฐกับเอกชน  การสร้างห้องปฏิบัติการที่เรียกว่า User Facilities รวมถึงข้อเสนอนโยบายสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

Dr.-Duangjai

คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

“Emerging Science and Technology Development in the US that Can be Beneficial to Thailand”

โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีจากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาของสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนดา (ATPAC) จัดพิมพ์เมื่อเดือนมกราคม 2556

Emergin Sci & TEch _Atapc

คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

รายงานการสืบค้นข้อมูลหัวข้อ”สถานภาพนโยบายและมาตรการการพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีที่มีผลต่อพลังงาน สิ่งแวดล้อม และวิธีการผลิตแบบ Green Technology” โดยนายมนูญ พงศ์ทิพากร

จัดพิมพ์เมื่อเดือนมกราคม 2556

รายงานการสืบค้นข้อมูล มนูญ

คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

“ดัชนีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ของประเทศไทยปี 2555
2556/2013 

“ดัชนีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ของประเทศไทยปี 2555  จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแหงชาติ (สวทน.)

Thai-Science-&-Technology-I
คลิ๊กที่นี่เพื่อโหลดหนังสือฉบับเต็ม

“ศักยภาพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยอยู่ตรงไหน? “
2556/2013 

“ศักยภาพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยอยู่ตรงไหน? ” 2556/2013 จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแหงชาติ (สวทน.)

Sci&Tech potential Thailand 2013

 

(ร่าง) นโยบายและแผน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1ปี พ.ศ. 2555 – 2564

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแหงชาติ (สวทน.) จัดตั้งขึ้น ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑มีภารกิจหลักในการจัดทำนโยบายและแผนแห่งชาติว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่ง สวทน. ได้ดำเนินการจัดทำนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแหงชาติฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๖๔) เพื่อเสนอตอคณะรัฐมนตรี และเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ โดย สวทน.จะประสานงานในการขับเคลื่อนและติดตามงานตามนโยบายและแผนดังกลาวรวมกับสวนราชการหนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องคกรเอกชน และประชาชน ต่อไป

คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านรายงานนโยบายฉบับ (ร่าง)

Japan’s New Science and Innovation Policy

สรุปการบรรยายหัวข้อ “Japan’s New Science and Innovation Policy” โดย Mr. Tateo Arimoto จาก JST: Japan Science and Technology Agency

จัดทำโดย นางสาวบุณยเกียรติ รักษาแพ่ง

สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประจำสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

มกราคม 2554

คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านรายงานนโยบายฉบับเต็ม

สถานภาพนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และพลังงาน ของประเทศสหรัฐอเมริกา

จัดทำโดย สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประจำสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

มีนาคม 2553

คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านรายงานนโยบายฉบับเต็ม

ายงานเรื่อง “U.S. System of Knowledge Transfer Between University and Industry: A Case Study of Life Science Research to Pharmaceutical Industry

จัดทำโดย สิรินยา ลิม

ตุลาคม 2553

คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านรายงานฉบับเต็ม

One thought on “ข้อมูลนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *